นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 12 ตกลงใครเป็นคนตัดสินชะตาของ Lehman Brothers กันแน่ บางคนบอกว่า มันก็ต้องขึ้นอยู่กับ คิงเฮนรี่ ท่านคลัง คนใหญ่นั่นไง ที่ก่อนนั้น ใครๆก็เรียกเขาว่า แฮงค์ แต่พอเป็นท่านคลัง สื่อใหญ่มาก ก็เรียกเขาว่า King Henry.. แสดงว่า เขาน่าจะมีรัศมีแรง และแสบเอาเรื่อง คนส่วนใหญ่รู้ว่า แฮงค์ หรือ Henry Merritt Paulson ทำงานที่ Goldman Sachs มานานตั้งแต่ปี ค.ศ.1974 จนขึ้นมาเป็นหมายเลขหนี่ง ของอินเวสเมนท์แบงค์หมายเลขหนึ่งของอเมริกา รายได้ของแฮงค์ที่ Goldman Sachs เป็นที่กล่าวถึงว่าสูงมาก….เฉพาะ ปี ค.ศ.2005 ปีเดียว เขามีรายได้เอากลับบ้านถึง 37 ล้านเหรียญ พอถึงปี ค.ศ.2006 คาวบอยบุชก็ส่งเสลี่ยงไปรับมาเป็นรัฐมนตรีคลัง….แฮงค์ก็เลยกลายเป็น King Henry หรือท่านเฮนรี่ แต่มีน้อยคนที่จะรู้ว่า Read More …
Category: ป้ายปลอม
ป้ายปลอม ตอนที่ 11
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 11 ปี ค.ศ.1844 หนุ่มละอ่อนวัย 23 ปี Henry Lehman ลูกชาวยิวจากเยอรมัน อพยพมาอยู่ในอเมริกาแถวรัฐอลาบามา เปิดร้านโชห่วยสไตล์ยิว ชื่อ H Lehman พอน้องๆอีก 2 คน Emanuel กับ Mayer อพยพตามมา โช่ห่วยยิว ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น Lehman Brothers 3 หนุ่ม มองเห็นความสำคัญของฝ้าย ก็เลยตกลงรับฝ้าย เป็นการชำระค่าสินค้าแทนเงินได้ด้วย …ยิวนี่หัวคงออกทรงแหลม จากโชห่วย ก็เลยค้าฝ้าย จากฝ้ายก็เพิ่มกาแฟ แล้วก็ก้าวข้ามมาถึงตลาดค้าหุ้น มารับประกันการขายหุ้นของเรือขนส่งสินค้า เพราะรู้ว่า สินค้าเดินไปเองไม่ได้ ไม่ใช้รถไฟ ก็ต้องใช้เรือ รถไฟมีเจ้าพ่อหลายราย อย่าไปแข่งกับเขาเลย สู้เล่นเรือขนส่งไม่ได้ หลังจากนั้น Lehman Brothers ก็เลยจับมือกับ Goldman Sachs & Co Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 10
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 10 เช้าวันจันทร์ที่ 15 กันยายน ค.ศ.2008 Lehman Brothers ยักษ์ใหญ่ของสวนสัตว์วอลสตรีท ยื่นคำร้อง ขอล้มละลายกิจการตัวเอง…. มันเป็นการขอล้มละลายกิจการ ที่ใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์อเมริกา วันนั้น ที่นครนิวยอร์คเอง ก็เหมือนกับเกิดการจราจล ตำรวจขนกันมาเต็มถนน หน้าตึกที่ทำงานของเลห์แมนแถบไทม์สแควร์ เพราะมีฝรั่งมุงเต็มไปหมด … กลับบ้านไปเหอะ ไม่มีอะไรหรอก ไม่ใช่ดารามาโชว์ตัวซะหน่อย…..พวกคุณกำลังดูคนเป็นพันๆ ตกงานนะ พวกเขากำลังขนของกลับบ้าน เข้าใจมั้ย…. เสียงตำรวจนิวยอร์คตะโกนพูดผ่านโทรโข่ง พร้อมกับรีบเอาแผงกั้นมาเรียงกันชาวมุง ที่มีทั้งชาวนิวยอร์คเอง และนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้เรื่อง มาหยุดดู นึกว่าดาราที่ไหนมา เพราะเห็นมีแต่กล้องทีวีเต็มไปหมด กับแสงแฟลชวูบวาบ พนักงานเลห์แมน ค่อยๆเดินออกมา ส่วนใหญ่อุ้มกล่องกระดาษ คล้องถุงพะรุงพะรัง มีเสียงพูดกันว่า… อย่าคอยเลย ใครจะไปรู้ บางทีคดีล้มละลายมันอาจวุ่นวายมากจนทางการเขาจะมาปิดออฟฟิสเรา แล้วเราก็ขนของเราออกมาไม่ได้นะ แล้วชาวเลห์แมนก็หน้าตาตื่น หอบของกลับบ้านกันทั้งบ่ายวันจันทร์นั้น ตกค่ำ ข่าวเลห์แมนล้ม ก็กระจายไปทั่ว โทรทัศน์ออกข่าวทุกช่อง แทบไม่มีใครเชื่อว่า King Henry Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 9
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 9 เห็ดฟันรายที่ 2 จากชิคาโก เป็นกลุ่มเห็ดฟัน ที่ใช้ชื่อว่า S.A.C. Capital Advisors ซึ่ง Steven A Cohen ตั้งขึ้น รายนี้น่าสนใจทีเดียว Steven A Cohen มาจากครอบครัวยิวในนิวยอร์ค พ่อเป็นเจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า แม่เป็นครูสอนเปียนโน มีพี่น้อง 7 คน แต่ร้านตัดเสื้อคงกิจการดี Cohen เรียนจบจาก Wharton School ของมหาวิทยาลัย Pennsylvania ในปี ค.ศ.1978 เรียนจบปั๊บ ก็ไปทำงานเป็นจูเนียร์เทรดเดอร์ที่ Gruntal & Co ทำอยู่ถึงปี ค.ศ.1992 ก็ออกมาตั้งบริษัท SAC Capital Partners ด้วยทุน 20 ล้านเหรียญ ของตัวเอง แม่เจ้าโว้ย ไม่รู้เอาเงินมาจากไหน กิจการตัดเสื้อของพ่อดี Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 8
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 8 Schwartz ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อบอกกับคณะกรรมการว่า เราไม่มีทางเลือกมาก เราจะไปกับ JP Morgan หรือ จะล้มละลาย ซึ่งหมายความว่า พนักงานของเราทั้งหมด 14,000 คน จะตกงานก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้นะ (วันจันทร์) .. จะให้ผมบอกว่ายังไงดี… มันดีกว่าทุกอย่างเป็นศูนย์… วันต่อมา ตรงพื้นที่ทางเดินในตึกสำนักงาน Bear Stearns ทุกชั้นก็แทบแตก มันแน่นขนัดไปด้วยผู้ถือหุ้นรายย่อย ที่พากันเข้ามาที่บริษัทด้วยความโกรธจัด และบังคับให้บริษัทกลับไปเจรจาใหม่อาทิตย์หน้า และในวันประชุมเพื่อเจรจาใหม่นั้น เมื่อบรรดาผู้หุ้นรายย่อยปักหลักไม่ยอมถอย JP Morgan และ Fed ก็ตกลงว่าจะขึ้นราคาหุ้นให้เป็น 10 เหรียญ ! เออ…คราวนี้ราคามันขึ้นไปได้… แต่มันไม่ช่วยทำให้ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของ Bear อารมณ์ดีขึ้น พวกเขากลับยิ่งงง…. Schwartz มานั่งทบทวนดู เขาบอกว่า ….ใช่ ความผิดพลาดมี ….ใช่ บริษัทเราเกิดความอ่อนแอทางสถานะการเงิน ….แต่ถ้าให้เขาทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 7
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 7 วันศุกร์ ตอนเย็นเกือบค่ำ ขณะที่ Schwartz กำลังนั่งรถกลับบ้าน เขานึกถึง Morgan credit line ….มันคงมาทันวันจันทร์นะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอีก 28 วัน สำหรับหาเงินทุน หรือ หาหุ้นส่วนเพิ่ม หรือ อาจจะต้องขาย Bear ออกไปทั้งหมดเลย…. มันคงไม่ง่ายหรอก แต่ก็เราก็พยายามจัดการให้มันเกิดขึ้นจนได้….Schwartz นึกถึงตรงนี้พอดี เสียงโทรศัพท์มือถือเขาก็ดังขึ้น มันเป็นการโทรเข้ามาของคิงเฮนรี่กับท่านทิม คิงเฮนรี่ ไม่เสียเวลาอ้อม… จำได้ไหม ผมบอกคุณว่า เมื่อไหร่ที่เราตัดวงเงินสินเชื่อที่ให้คุณ อนาคตของพวกคุณไม่ได้อยู่ในมือพวกคุณแล้ว … วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เราไม่คิดจะมาร่วมประชุมกับพวกคุณอย่างที่เราทำเมื่อคืนนี้นะ แต่คุณจะต้องเจรจากับ JP Morgan หรือใครก็ได้ ที่คุณจะหาได้ ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน “วันอาทิตย์นี้” และคุณต้องทำให้มันเรียบร้อยก่อนเช้าวันจันทร์…. ไม่อย่างนั้น เราจะถอดปลั๊กออก… เข้าใจไหม แล้วเวลา 28 วัน ที่ Schwartz Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 6
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 6 ตกลง Bear Stearns จำใจต้องรับราคา 2 เหรียญต่อหุ้น ถูกยิ่งกว่าพิซซ่า ถาดเล็ก เหตุผลแรก เพราะ Bear Stearns ไม่ต้องการให้พนักงานเกือบ 15,000 คนของตนและครอบครัวพนักงานเดือดร้อน เหตุผลต่อมา Bear Stearns อาจกลับมาถือสุภาษิตเก่า กำขี้ น่าจะยังดีกว่ากำลมผาย เพราะถ้าล้มละลาย อาจจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ในใจของคนทำงานที่ Bear Stearns ไม่ได้จบแค่นั้น Sam Molinaro ผู้อำนวยการด้านการเงินของ Bear ที่อยู่ในวงการนี้มานาน และมีจมูกไวกว่าคนทั่วไป ก็มีเรื่องเล่าให้ฟัง จากมุมของ Bear Stearns “….เมื่อตอนเดือนสิงหาคม ของปี ค.ศ.2007 มีข่าวว่ากองทุนเห็ดฟันของ Bear 2 กอง ที่ลงทุนมหาศาลกับตราสารข้าวต้มมัด CDO ทำท่าจะเน่า และ Bear อาจจะต้องควักทุนถึง Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 5
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 5 เวลาสถาบันการเงินออกอาการร่อแร่อย่างนี้ คนที่ไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่มักขยับตัวก่อน ก็คือ พวกคนฝากเงิน กับสถาบันการเงินที่ออกอาการอย่างนั้น รายการนี้ก็ไม่ต่างกัน คนที่ไม่ได้ไปเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน หรือซื้อตราสารข้าวต้มมัด แต่ฝากเงินกับธนาคาร ที่ให้ลงทุนในข้าวต้มมัดมากๆ ก็ชักเสียว เดี๋ยวเงินฝากสูญ อุตส่าห์เม้มเงินเมียไปฝาก อย่างนี้เรารีบไปถอนเงินออกมาซ่อนในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม ยังเสี่ยงน้อยกว่า…. เมียเจอ ก็แค่ก้มลงกราบ… ดีกว่าสูญไปกับไอ้พวกใส่สูทแถววอลสตรีท เมื่อมีคนเสียวกันมากขึ้น การถอนเงินฝากจากสถาบันการเงินทั่วอเมริกา ก็เหมือนเป็นโรคติดต่อ เงินฝากพากันไหลโกรก เหมือนท่อประปาแตกเพราะโดดสิบล้อทับ วันพฤหัสที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2008 ผู้บริหาร Bear Stearns อินเวสต์เมนท์แบงค์ ใหญ่อันดับ 5 ของอเมริกา พากันกุมขมับ เมื่อรู้ว่าเงิดสดทั้งหมดในเก๊ะของธนาคาร ใกล้จะเกลี้ยง เหลือไม่ถึง 3,000 ล้านเหรียญ มันไม่พอให้แบงค์เปิดทำการในวันศุกร์แน่นอน (Investment bank เป็นธนาคารประเภทที่ทำธุรกิจ ให้บริการด้านการเงินต่างๆ เช่น ให้คำแนะนำ รับจัดหาเงินทุน โดยการเพิ่มทุน Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 4
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 4 อเมริกาเริ่มเล่นกลเกมการเงิน เกี่ยวกับการออกตราสาร ที่ใช้สัญญาจำนองบ้านเป็นตัวหนุน ตั้งแต่ประมาณปี คศ 1995 แล้ว ….ไม่รู้ว่าเป็นวิธีการ ที่แสนฉลาด โคตรตะกละ หรือมันเป็นการต้มเปื่อย ชนิดใช้หมอตุ๋นขนาดใหญ่ตรานกอินทรี ?!? เริ่มตั้งแต่ให้เจ้า Fannie May และเจ้า Freddie Mac ซึ่งเป็นเหมือนธนาคารอาคารสงเคราะห์ของอเมริกา ปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน แบบไม่ต้องวางเงินดาวน์ การตรวจสอบเครดิตคนกู้ ก็ใช้จ้างบริษัทข้างนอกธนาคารทำ ประเภทใช้โปรแกรม กรอกข้อมูลเข้าไปในเครื่อง กดปุ๊บ เครื่องก็จะบอกเองว่า คนขอกู้สอบผ่านหรือไม่ผ่าน และส่วนใหญ่ก็ผ่าน เพราะเครื่องมันตั้งโปรแกรมไว้อย่างนั้น การหนุนให้คนอเมริกัน แห่กันไปกู้ซื้อบ้านแบบนั้น ดูเหมือนดี เพราะเป็นการช่วยให้ประชาชนมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง การกู้ ขยายตัวมากขึ้น เมื่อรัฐบาลคาวบอยบุชประกาศให้เป็นนโยบายสำคัญของชาติ ในการ “สร้างขวัญและกำลังใจ” ให้กับคนอเมริกัน ในช่วงปลายปี ค.ศ.2001 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ 911 คาวบอยบอกว่า เราจะปล่อยให้เศรษฐกิจอเมริกาเหี่ยวเป็นเต้าหู้ตากแห้ง เหมือนหน้าตาคนอเมริกัน (ตอนนั้น) ไม่ได้นะ Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 3
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 3 Securitization หรือการขายลม(ผาย) ของที่กำไม่ได้ มีแต่กลิ่น เป็นวิวัฒนาการทางการเงิน ซึ่งแพร่หลายในอเมริกามานานแล้ว แต่มาโด่งดังเป็นที่รู้จักกล่าวถึงในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ขบวนการดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่กลับซ่อนเงื่อนตาย(ทั้งเป็น) เอาไว้แยะมาก สำหรับวิกฤติซับไพรม์ ที่ทำให้เศรษฐกิจอเมริกา และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เซถลาล้มหัวทิ่มกันเป็นแถวนั้น เริ่มต้นจากการกระตุ้นให้มีคนอยากซื้อบ้าน จะเป็นเพราะไม่มีบ้านอยู่ หรือจะซื้อไว้ทำกำไร หรือเอาไว้ทำอะไรก็ได้ ขอให้มีความ “อยาก” ซื้อบ้านเกิดขึ้นก็แล้วกัน เพราะขบวนการนี้ เขากะเวลาสร้างให้เกิด ตอนราคาบ้านเพิ่งเริ่มขึ้นเป็นฟองเล็กน้อย ก่อนที่จะแตกเป็นฟองแฟด ขั้นตอนต่อมา คนอยากซื้อบ้านก็ไปหาธนาคาร ซึ่งในอเมริกา มีธนาคารที่พร้อมจะให้กู้แบบนี้เกือบทุกหัวมุมถนน ธนาคารบางแห่งที่จะให้กู้ ไม่ได้ดูบ้านที่จะซื้อ หรือเครดิตของคนกู้เลยสักนิด คนกู้ประเภทคุณนิน่า Nina (no income no assets ไม่มีรายได้ ไม่มีทรัพย์สิน)ก็ยังให้กู้เลย …มันเป็นไปได้หรือลุง… ลุงโม้หรือเปล่า ลุงไม่ได้โม้…. มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และเป็นไปแล้ว ….เพราะมันเป็นขบวนการขายลม (ผาย) ไงครับ ธนาคารที่ให้กู้ ก็แค่จับมือคุณนิน่า Read More …