นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 27 เมื่อ ท่านใบตองแห้ง เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากคาวบอยบุช ในเดือนมกราคม ค.ศ.2009 ความหายนะจากข้าวต้มมัดบูด การช่วยชาวสวนสัตว์วอลสตรีทขี้โกง เป็นเรื่องที่ชาวบ้านหงุดหงิดมาก แต่ที่ชาวบ้านออกอาการใกล้จะระเบิด คือ เรื่องการยึดบ้านของชาวบ้าน ที่รัฐยังไม่จัดการช่วยอะไรเลย คิงเฮนรี่ และท่านทิม ได้รับการด่าจนชินชา โดยเฉพาะคิงเฮนรี่ ที่ขนเอาลูกน้องจากโกลด์แมน มาช่วยคลังเป็นขบวน ยิ่งแก้ตัวไม่ออก อย่างนี้ท่านใบตองแห้ง ก็ต้องรีบหยิบเอาบทพระเอก ปราบยักษ์ (หรืออุ้มยักษ์ !) มาเล่นโชว์ด่วน แต่ก่อนจะเล่นโชว์ ก็ต้องหาท่านคลังคนใหม่ให้ได้เสียก่อน จะเอาคิงเฮนรี่ไปออกฉากอีก ก็คงได้รับของฝากกลับบ้านหลายข้างแต่ต่างเบอร์ เดินไม่ถนัดแน่ จะเอาใครมาเป็นท่านคลังดีล่ะ (ตามใบสั่ง) มันก็พวกสวนสัตว์ทั้งนั้น ท่านใบตองแห้งเลยหลับตาจิ้ม ได้ชื่อ…ท่านทิม….อะ… โผล่มาอีกแล้วหรือ ชื่อนี้… หรือมันเขียนชื่อ ทิม ไว้ทั้งหน้ากระดาษ !! จริงๆ ท่านทิม Timothy Geitner เป็นนักวิชาการนะ เป็นคนนอกวงการ แต่มาคลุกคลี กับพวกสวนสัตว์ได้ยังไงเนี่ยะ ไม่ต้องสงสัยนาน Read More …
Author: patiwat
ป้ายปลอม ตอนที่ 26
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 26 เดือนกันยายน ค.ศ.2007 ขณะที่ชาวสวนสัตว์วอลสตรีท กำลังปวดหัวอยู่กับข้าวต้มมัดที่เริ่มเน่า ฝ่ายผู้บริหารของ Citigroup ก็นั่งประชุมกัน เพื่อประเมินสภาพของตัวเอง Charles O Prince หัวหน้าใหญ่ของ Citigroup เพิ่งรู้ในวันนั้นว่า ธนาคารของตัวมีข้าวต้มมัดอยู่ถึง 43,000 ล้านเหรียญ ….ทำไปได้ไงวะ …เขาถาม มาเฮรัส Thomas G Maheras ที่ดูแลด้านค้าตราสาร มาเฮรัส บอก เจ้านายไม่ต้องตื่นเต้นไป เรายังโอเค ไม่มีอะไรเสียหาย ข้าวต้มมัดเราคุณภาพดี ยังไม่บูดง่ายๆหรอกน่า เจ้ามาเฮรัส นี่ ต้องชอบข้าวต้มมัดมาก เพราะฟาดโบนัสจากกำไรข้าวต้มมัดไปจนกระเป๋าตุงตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ ของการออกตราสารข้าวข้าวต้มมัด หน่วยงานที่ควรต้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือ ฝ่ายบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ที่ปรกติต้องทำมาดเข้ม เอาจริง มองทุกคนว่าเป็นผู้ต้องสงสัยไว้ก่อน เขาจึงเหมือนเป็นพวกมือปราบปืนโหด แต่มือปราบ ที่ Citigroup คงใช้ปืนฉีดน้ำ ….มันเป็นเรื่องปรกติ เพราะที่ Citigroup Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 25
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 25 Citigroup Inc หรือ Citi เกิดจากการรวมตัว ระหว่าง Citicorp ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการธนาคาร กับ Travelers Group ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการเงิน เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1998 เพื่อให้เป็นสถาบัน ที่ให้บริการด้านธุรกิจการเงินการธนาคาร ครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนจะเป็น Citicorp ต้องย้อนกลับไปถึง City Bank of New York ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1812 ด้วยเงินทุน 2 ล้านเหรียญ เพื่อให้บริการกับนักธุรกิจในนิวยอร์ค และเป็นผู้สนับสนุนรายแรก ในการตั้ง Federal Reserve Bank of New York แปลว่าเป็นรุ่นบุกเบิก หรือ เจ้าของเฟด แท่นพิมพ์กระดาษสีเขียวตรานกอินทรี แปลอีกต่อ สั้นๆ ว่า เป็นพวกผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลอเมริกา ในปี ค.ศ.1913 Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 24
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 24 หลังจากที่ คิงเฮนรี่ ใจแข็งเป็นหิน ไม่อุ้มเลห์แมน โยนทิ้งจนแหลกแล้ว แต่พอ AIG ซึ่งไม่ใช่เป็นสถาบันการเงิน แต่อ้างว่าตูดขาด เพราะดันรับประกันราคาข้าวต้มมัด CDO ไม่ว่าแบบของจริง ของเทียม มั่วไปหมด คิงเฮนรี่ ดันใจอ่อน บอกเราต้องรีบอุ้ม AIG ด่วนจี้ ไม่งั้นสงสัยคงคอขาดกันหมด คาวบอยบุช ในฐานะประธานาธิบดี ก็รีบรับลูก แสดงว่าคอคาวบอยก็ใช่ว่าจะเหนียวนัก (กลัวหินบาดคอ) …เลยรีบออกประกาศในวันที่ 19 กันยายน ค.ศ.2008 เป็นแผนอุ้มฉุกเฉิน โดยจะออก Emergency Economic Stabilization Act 2008 ตอนแรกรัฐสภาอเมริกัน ไม่เอาด้วย เพราะคงยังไม่เคยลิ้มรสข้าวต้มมัด ว่าบาดคอขนาดไหน โยนแผนคาวบอยทิ้ง แต่ในที่สุด วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2008 รัฐสภาก็ใจอ่อน แต่หน้าออกเขียว ไม่รู้เพราะแรงใครบีบไข่ อนุมัติร่างกฏหมายอุ้มฉุกเฉิน Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 23
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 23 แม้เรื่องราวของ C V Starr ผู้ให้กำเนิด AIG รวมทั้งการตั้ง AIG จะค่อนข้างพร่ามัว และดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ เหมือนมีการแต่งเรื่องของ Starr อย่างที่ “อยาก” ให้เราเชื่ออย่างนั้น และเรื่องมันก็นานค่อนศตวรรษมาแล้ว…. เราคงต้องหาเค้า หรือเงา ของเจ้าของ ตัวจริงของ AIG จากเส้นทางอื่นบ้าง ตั้งแต่ประมาณ ค.ศ.1970 เป็นต้นมา ข่าวที่เกี่ยวกับ AIG ดูเหมือนจะมีแต่ชื่อ Maurice Raymond “Hank” Greenberg เข้ามาแทนที่ CV Starr ที่ไม่มีครอบครัวจะสืบทอดกิจการของตัว และได้ตัดสินใจมอบหมาย ให้ Greenberg เป็นผู้ดูแลธุรกิจแทนเครือ AIG และ CV Starr คนต่อไป น่าสังเกตไหมครับ ธุรกิจใหญ่ๆในนิทานเรื่องนี้ หลายราย ที่มาของเจ้าของไม่ชัดเจน ไม่มีทายาทมารับช่วงกิจการ Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 22
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 22 ประวัติชีวิตของ Starr ช่วงก่อนมาจีน ค่อนข้างจะคลุมเครือ ค้นไปตรงไหน ก็เจอแต่ความเป็นผู้ประสพความสำเร็จอย่างสูงส่ง ที่ไปตั้งบริษัทประกันภัยใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองจีนได้ และยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทำเอาเจ้าพ่อประกันของอังกฤษ หน้าแหก หลบเข้าหลังฉากกันหมด นึกว่าพูดภาษาอังกฤษด้วยกัน จะไม่กัดกัน ลับหลังมันก็มีกัดกันเองหวงกระดูกเป็นธรรมดา ต่อหน้าชาวบ้านก็ทำเป็นกอดกัน หอมแก้มซ้ายขวา อย่าไปเชื่อที่มันแสดงกันมากนักนะครับ หนุ่ม Starr มีภาพชีวิตตอนเด็กที่ลำบาก พ่อตายตั้งแต่เขาอายุแค่ 2 ขวบ และยังมีน้องอีก 2 คน (ไม่รู้พ่อเดียวกันหรือเปล่า?) แม่ต้องเอาบ้านเป็นหอพักหารายได้ สลับกับการไปขายเหล้าในร้านเหล้า ที่อยู่ใกล้กับเขตของพวกตัดไม้ Starr จึงไม่ชอบพูดเรื่องวัยเด็ก และแม้เมื่อเขารวยแล้วจะส่งเงินมาช่วยแม่และน้อง แต่เมื่อเป็นมหาเศรษฐี เขาตั้งทุนมากมายไปทั่วโลก แต่เขาไม่เคยตั้งทุนในชื่อแม่ หรือครอบครัว อย่างที่มหาเศรษฐีอื่นชอบทำกัน แต่เขาตั้งมูลนิธิ Starr Foundation ในปี ค.ศ.1955 และมูลนิธินี้ คือเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ AIG ยักษ์ประกันภัย ตัวใหญที่สุดในโลก Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 21
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 21 มาดาม แฟรงค์ เมียเจ้าพ่อ เป็นน้องของ Frederick R Sites ก็เกิดที่เมืองจีน แต่กลับไปเรียนหนังสือที่อเมริกา เรียนจบก็ไปทำงานกับพวกอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก ที่ Cleveland ถิ่นเก่าของพวกหินร่วงรุ่นปู่ หลังจากนั้นก็เป็นสมุหบัญชี ของบริษัทต่อเรือ US Steel Products ที่ก็เป็นพรรคพวกของท่านปู่หินร่วง กลุ่มนี้ได้สัญญาต่อเรือจากรัฐบาลอเมริกันมาเกือบหมด พี่ชายอีกคนของมาดามเจ้าพ่อ ชื่อ Clement Moore Lacey Sites ซึ่งจบ PhD จากมหาวิทยาลัย Columbia ในปี ค.ศ.1899 ก็กลับมาอยู่เมืองจีน รับภาระกิจมาสอนหนังสือ ที่ Fukien Christian University และ Technical University in Shanghai ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากตระกูลหินร่วง นึกถึงเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว การส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยดีๆที่เมืองฝรั่ง จนจบปริญญาสูงๆ นี่ Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 20
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 20 เล่าเรื่องเกี่ยวกับโกลด์แมน และคนของโกลด์แมน โดยไม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ AIG และคนของ AIG มันก็เหมือนกินบะหมี่ ด้วยตะเกียบข้างเดียว .. AIG นั้นมีประวัติความเป็นมาที่แสนจะเหลือเชื่อ… หอการค้าอเมริกันประจำเซี่ยงไฮ้ ได้นำบทความหลายตอนมาเผยแพร่ ในช่วงปี ค.ศ.2015 เพื่อเป็นการเตรียมฉลองอายุครบ 100 ปีของหอการค้าอเมริกันเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.2016 นี้ บทความต่างๆ มีเรื่องราวเกี่ยวกับ AIG และผู้ก่อตั้ง AIG ที่ทำให้ผมถึงกับอึ้ง ..ก่อนจะไปบางอ้อ… “…..เราภูมิใจที่สมาชิกหอการค้าของเรา ต่างก็เติบโตอย่างไม่หยุดยั้งเป็นเวลาหลายสิบปีติดต่อกัน บางรายโตใหญ่ จนกลายเป็นยักษ์ในวงการ… สัปดาห์นี้เราขอเสนอเรื่องของสมาชิก ที่ไม่ใช่เพียง “แค่” เป็นเรื่องของสมาชิก แต่มันหมายถึงการเป็น “ตัวแทน” ของสัมพันธ์ที่พิเศษยิ่ง ระหว่างหอการค้าอเมริกัน กับเซี่ยงไฮ้….. ….AIG เป็นบริษัท ที่ถือกำเนิด ที่เซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.1919…. ถ้าคุณเดินไปตามถนนของเซี่ยงไฮ้ ส่วนที่เรียกว่า Bund Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 19
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 19 Stephen Friedman ชาวนิวยอร์ค จบกฏหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี ค.ศ.1962 และเข้าไปทำงานกับ โกลด์แมนตั้งแต่ปี ค.ศ.1966 ได้เป็นหุ้นส่วนในปี ค.ศ.1973 และเป็นประธานของโกลด์แมนในช่วงปี ค.ศ.1990-1994 ใหญ่ถึงขนาดนั้น และไม่มีปัญหากับใคร แถมถูกวางตัวให้เป็นทายาทถือบังเหียนของโกลด์แมน แต่พอได้เป็นเข้าจริงๆ อยู่ๆ Friedman ก็ลาออกไปท่องยุทธจักร โดยไม่มีข่าวว่ามีการขัดขา หรือ งับเขี้ยวกับใคร หลังจากเดินออกมาจากโกลด์แมน Friedman ก็ไปทำงานกับกองทุนส่วนบุคคลหลายแห่ง เช่น Insight Ventures Partners ที่ลงทุนในธุรกิจด้านไอที ซอฟแวร์ และธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต และลงทุนในกว่า 250 บริษัท … อืม…. และในปี ค.ศ.1998 ถึง 2002 Friedman ก็ย้ายงานอีก คราวนี้ไปเป็นหัวหน้าใหญ่อยู่ที่ Marsh & Mclennan Capital Corp. บริษัทรุ่นเก๋า Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 18
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 18 เรื่องของโกลด์แมน กับ AIG คงไม่ใช่เป็นเรื่องธุรกิจการค้าธรรมดา Goldman Sachs Group Inc. เป็น บริษัทอเมริกัน ที่ทำธุรกิจด้านอินเวสเม้นท์แบงค์ คือ จัดหาทุน ออกหลักทรัพย์ ตราสาร ค้าหลักทรัพย์และตราสาร รวมทั้งให้บริการ และคำปรึกษาเกี่ยวกับด้านการเงิน การลงทุน ลูกค้าส่วนใหญ่ของโกลด์แมน เป็น นิติบุคลคล สถาบัน หรือกองทุนขนาดใหญ่ เขาเป็นยักษ์ใหญ่ ลูกค้าก็คงเป็นพวกยักษ์ด้วยกัน โกลด์แมน ตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1869 โดย Marcus Goldman ชาวยิวอพยพมาจาก แฟรงเฟิร์ต เยอรมัน ตอนแรกใช้นามสกุล Marx พอมาอเมริกา เลยเปลี่ยนเป็น Goldman และทำอาชีพเป็นนายหน้าหาเงินกู้ให้กับพวกยิวอพยพด้วยกัน หลังจากเอาลูกเขย Samuel Sachs กับลูกชายมาร่วมงาน ก็เลยเปลี่ยนชื่อบริษัทรอบแรกเป็น Goldman Sachs & Co Read More …