Author: patiwat

ป้ายปลอม ตอนที่ 9

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 9 เห็ดฟันรายที่ 2 จากชิคาโก เป็นกลุ่มเห็ดฟัน ที่ใช้ชื่อว่า S.A.C. Capital Advisors ซึ่ง Steven A Cohen ตั้งขึ้น รายนี้น่าสนใจทีเดียว Steven A Cohen มาจากครอบครัวยิวในนิวยอร์ค พ่อเป็นเจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า แม่เป็นครูสอนเปียนโน มีพี่น้อง 7 คน แต่ร้านตัดเสื้อคงกิจการดี Cohen เรียนจบจาก Wharton School ของมหาวิทยาลัย Pennsylvania ในปี ค.ศ.1978 เรียนจบปั๊บ ก็ไปทำงานเป็นจูเนียร์เทรดเดอร์ที่ Gruntal & Co ทำอยู่ถึงปี ค.ศ.1992 ก็ออกมาตั้งบริษัท SAC Capital Partners ด้วยทุน 20 ล้านเหรียญ ของตัวเอง แม่เจ้าโว้ย ไม่รู้เอาเงินมาจากไหน กิจการตัดเสื้อของพ่อดี Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 8

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 8 Schwartz ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อบอกกับคณะกรรมการว่า เราไม่มีทางเลือกมาก เราจะไปกับ JP Morgan หรือ จะล้มละลาย ซึ่งหมายความว่า พนักงานของเราทั้งหมด 14,000 คน จะตกงานก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้นะ (วันจันทร์) .. จะให้ผมบอกว่ายังไงดี… มันดีกว่าทุกอย่างเป็นศูนย์… วันต่อมา ตรงพื้นที่ทางเดินในตึกสำนักงาน Bear Stearns ทุกชั้นก็แทบแตก มันแน่นขนัดไปด้วยผู้ถือหุ้นรายย่อย ที่พากันเข้ามาที่บริษัทด้วยความโกรธจัด และบังคับให้บริษัทกลับไปเจรจาใหม่อาทิตย์หน้า และในวันประชุมเพื่อเจรจาใหม่นั้น เมื่อบรรดาผู้หุ้นรายย่อยปักหลักไม่ยอมถอย JP Morgan และ Fed ก็ตกลงว่าจะขึ้นราคาหุ้นให้เป็น 10 เหรียญ ! เออ…คราวนี้ราคามันขึ้นไปได้… แต่มันไม่ช่วยทำให้ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของ Bear อารมณ์ดีขึ้น พวกเขากลับยิ่งงง…. Schwartz มานั่งทบทวนดู เขาบอกว่า ….ใช่ ความผิดพลาดมี ….ใช่ บริษัทเราเกิดความอ่อนแอทางสถานะการเงิน ….แต่ถ้าให้เขาทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 7

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 7 วันศุกร์ ตอนเย็นเกือบค่ำ ขณะที่ Schwartz กำลังนั่งรถกลับบ้าน เขานึกถึง Morgan credit line ….มันคงมาทันวันจันทร์นะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอีก 28 วัน สำหรับหาเงินทุน หรือ หาหุ้นส่วนเพิ่ม หรือ อาจจะต้องขาย Bear ออกไปทั้งหมดเลย…. มันคงไม่ง่ายหรอก แต่ก็เราก็พยายามจัดการให้มันเกิดขึ้นจนได้….Schwartz นึกถึงตรงนี้พอดี เสียงโทรศัพท์มือถือเขาก็ดังขึ้น มันเป็นการโทรเข้ามาของคิงเฮนรี่กับท่านทิม คิงเฮนรี่ ไม่เสียเวลาอ้อม… จำได้ไหม ผมบอกคุณว่า เมื่อไหร่ที่เราตัดวงเงินสินเชื่อที่ให้คุณ อนาคตของพวกคุณไม่ได้อยู่ในมือพวกคุณแล้ว … วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เราไม่คิดจะมาร่วมประชุมกับพวกคุณอย่างที่เราทำเมื่อคืนนี้นะ แต่คุณจะต้องเจรจากับ JP Morgan หรือใครก็ได้ ที่คุณจะหาได้ ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน “วันอาทิตย์นี้” และคุณต้องทำให้มันเรียบร้อยก่อนเช้าวันจันทร์…. ไม่อย่างนั้น เราจะถอดปลั๊กออก… เข้าใจไหม แล้วเวลา 28 วัน ที่ Schwartz Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 6

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 6 ตกลง Bear Stearns จำใจต้องรับราคา 2 เหรียญต่อหุ้น ถูกยิ่งกว่าพิซซ่า ถาดเล็ก เหตุผลแรก เพราะ Bear Stearns ไม่ต้องการให้พนักงานเกือบ 15,000 คนของตนและครอบครัวพนักงานเดือดร้อน เหตุผลต่อมา Bear Stearns อาจกลับมาถือสุภาษิตเก่า กำขี้ น่าจะยังดีกว่ากำลมผาย เพราะถ้าล้มละลาย อาจจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ในใจของคนทำงานที่ Bear Stearns ไม่ได้จบแค่นั้น Sam Molinaro ผู้อำนวยการด้านการเงินของ Bear ที่อยู่ในวงการนี้มานาน และมีจมูกไวกว่าคนทั่วไป ก็มีเรื่องเล่าให้ฟัง จากมุมของ Bear Stearns “….เมื่อตอนเดือนสิงหาคม ของปี ค.ศ.2007 มีข่าวว่ากองทุนเห็ดฟันของ Bear 2 กอง ที่ลงทุนมหาศาลกับตราสารข้าวต้มมัด CDO ทำท่าจะเน่า และ Bear อาจจะต้องควักทุนถึง Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 5

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 5 เวลาสถาบันการเงินออกอาการร่อแร่อย่างนี้ คนที่ไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่มักขยับตัวก่อน ก็คือ พวกคนฝากเงิน กับสถาบันการเงินที่ออกอาการอย่างนั้น รายการนี้ก็ไม่ต่างกัน คนที่ไม่ได้ไปเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน หรือซื้อตราสารข้าวต้มมัด แต่ฝากเงินกับธนาคาร ที่ให้ลงทุนในข้าวต้มมัดมากๆ ก็ชักเสียว เดี๋ยวเงินฝากสูญ อุตส่าห์เม้มเงินเมียไปฝาก อย่างนี้เรารีบไปถอนเงินออกมาซ่อนในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม ยังเสี่ยงน้อยกว่า…. เมียเจอ ก็แค่ก้มลงกราบ… ดีกว่าสูญไปกับไอ้พวกใส่สูทแถววอลสตรีท เมื่อมีคนเสียวกันมากขึ้น การถอนเงินฝากจากสถาบันการเงินทั่วอเมริกา ก็เหมือนเป็นโรคติดต่อ เงินฝากพากันไหลโกรก เหมือนท่อประปาแตกเพราะโดดสิบล้อทับ วันพฤหัสที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2008 ผู้บริหาร Bear Stearns อินเวสต์เมนท์แบงค์ ใหญ่อันดับ 5 ของอเมริกา พากันกุมขมับ เมื่อรู้ว่าเงิดสดทั้งหมดในเก๊ะของธนาคาร ใกล้จะเกลี้ยง เหลือไม่ถึง 3,000 ล้านเหรียญ มันไม่พอให้แบงค์เปิดทำการในวันศุกร์แน่นอน (Investment bank เป็นธนาคารประเภทที่ทำธุรกิจ ให้บริการด้านการเงินต่างๆ เช่น ให้คำแนะนำ รับจัดหาเงินทุน โดยการเพิ่มทุน Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 4

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 4 อเมริกาเริ่มเล่นกลเกมการเงิน เกี่ยวกับการออกตราสาร ที่ใช้สัญญาจำนองบ้านเป็นตัวหนุน ตั้งแต่ประมาณปี คศ 1995 แล้ว ….ไม่รู้ว่าเป็นวิธีการ ที่แสนฉลาด โคตรตะกละ หรือมันเป็นการต้มเปื่อย ชนิดใช้หมอตุ๋นขนาดใหญ่ตรานกอินทรี ?!? เริ่มตั้งแต่ให้เจ้า Fannie May และเจ้า Freddie Mac ซึ่งเป็นเหมือนธนาคารอาคารสงเคราะห์ของอเมริกา ปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน แบบไม่ต้องวางเงินดาวน์ การตรวจสอบเครดิตคนกู้ ก็ใช้จ้างบริษัทข้างนอกธนาคารทำ ประเภทใช้โปรแกรม กรอกข้อมูลเข้าไปในเครื่อง กดปุ๊บ เครื่องก็จะบอกเองว่า คนขอกู้สอบผ่านหรือไม่ผ่าน และส่วนใหญ่ก็ผ่าน เพราะเครื่องมันตั้งโปรแกรมไว้อย่างนั้น การหนุนให้คนอเมริกัน แห่กันไปกู้ซื้อบ้านแบบนั้น ดูเหมือนดี เพราะเป็นการช่วยให้ประชาชนมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง การกู้ ขยายตัวมากขึ้น เมื่อรัฐบาลคาวบอยบุชประกาศให้เป็นนโยบายสำคัญของชาติ ในการ “สร้างขวัญและกำลังใจ” ให้กับคนอเมริกัน ในช่วงปลายปี ค.ศ.2001 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ 911 คาวบอยบอกว่า เราจะปล่อยให้เศรษฐกิจอเมริกาเหี่ยวเป็นเต้าหู้ตากแห้ง เหมือนหน้าตาคนอเมริกัน (ตอนนั้น) ไม่ได้นะ Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 3

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 3 Securitization หรือการขายลม(ผาย) ของที่กำไม่ได้ มีแต่กลิ่น เป็นวิวัฒนาการทางการเงิน ซึ่งแพร่หลายในอเมริกามานานแล้ว แต่มาโด่งดังเป็นที่รู้จักกล่าวถึงในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ขบวนการดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่กลับซ่อนเงื่อนตาย(ทั้งเป็น) เอาไว้แยะมาก สำหรับวิกฤติซับไพรม์ ที่ทำให้เศรษฐกิจอเมริกา และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เซถลาล้มหัวทิ่มกันเป็นแถวนั้น เริ่มต้นจากการกระตุ้นให้มีคนอยากซื้อบ้าน จะเป็นเพราะไม่มีบ้านอยู่ หรือจะซื้อไว้ทำกำไร หรือเอาไว้ทำอะไรก็ได้ ขอให้มีความ “อยาก” ซื้อบ้านเกิดขึ้นก็แล้วกัน เพราะขบวนการนี้ เขากะเวลาสร้างให้เกิด ตอนราคาบ้านเพิ่งเริ่มขึ้นเป็นฟองเล็กน้อย ก่อนที่จะแตกเป็นฟองแฟด ขั้นตอนต่อมา คนอยากซื้อบ้านก็ไปหาธนาคาร ซึ่งในอเมริกา มีธนาคารที่พร้อมจะให้กู้แบบนี้เกือบทุกหัวมุมถนน ธนาคารบางแห่งที่จะให้กู้ ไม่ได้ดูบ้านที่จะซื้อ หรือเครดิตของคนกู้เลยสักนิด คนกู้ประเภทคุณนิน่า Nina (no income no assets ไม่มีรายได้ ไม่มีทรัพย์สิน)ก็ยังให้กู้เลย …มันเป็นไปได้หรือลุง… ลุงโม้หรือเปล่า ลุงไม่ได้โม้…. มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และเป็นไปแล้ว ….เพราะมันเป็นขบวนการขายลม (ผาย) ไงครับ ธนาคารที่ให้กู้ ก็แค่จับมือคุณนิน่า Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 2

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 2 วิกฤติซับไพรม์ของอเมริกา หรือความหายนะทางเศรษฐกิจ และการเงินของอเมริกา เริ่มมาจากการที่บรรดาธนาคารทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก ต่างปล่อยเงินกู้สำหรับซื้อบ้าน โดยเอาบ้านที่ซื้อ จำนองเป็นประกันการกู้ ในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของอเมริกากำลังเฟื่องฟูสมัย ค.ศ.2000 ต้นๆ มันเป็นการให้เงินกู้แบบ ตะกละ และมั่ว ฯลฯ จนทำให้ธุรกิจการเงินของอเมริกาเกิดอาการไข้รุมๆ อย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 แต่รัฐบาลคาวบอยบุช และบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้เงิน การรับจำนองบ้าน ต่างไม่สนใจอาการไข้ที่ออกจะเห็นชัดนั้น ทำไมถึงไม่มีใครสนใจอาการไข้นั้น ไม่ว่าฝ่ายรัฐ ฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายวิชาการ ฯลฯ หรือวัดไข้กันไม่เป็น โง่ขนาดนั้นเชียวหรือ หรือเพราะความอยากได้กำไรกองโต มันปิดหูปิดตา หรือถูกสั่งให้ตีลูกโง่ดีกว่า หรือมันมาจากอะไร…. กลางปี ค.ศ.2007 ไข้การเงินขึ้นสูง ความร้อนเกือบทะลุปรอท …. การผิดนัดชำระหนี้ผ่อนส่งบ้านเริ่มสูงขึ้น ผู้ให้กู้เริ่มหงุดหงิด และฝ่ายทนายเริ่มงานชุก ทนายของดอยซ์แบงค์ Deutsche Bank เกือบตกเก้าอี้ เมื่อผู้พิพากษาของรัฐโอโฮโอ มีคำพิพากษาว่า ธนาคารไม่มีสิทธิตามกฏหมาย ที่จะบังคับจำนอง ยึดบ้านลูกหนี้ Read More …

ป้ายปลอม ตอนที่ 1

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 1 อาทิตยา หนุ่มอินเดีย ที่ไปตั้งรกรากอยู่เมืองฝรั่ง เขียนบทความเกี่ยวกับการขับไล่ผู้เช่า ให้ออกจากบ้านเช่า เพราะค้างค่าเช่าที่รัฐมิลวอกกี Milwaukee ลงใน the Guardian สื่อของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ (ที่แตกแล้ว?) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.2016 บทความ ชื่อ ” One day, nine cruel evictions. How supersized inequallity looks in the US” ของ Aditya Chakrabortty เป็นบทความที่ทำให้เราได้เห็นภาพ ที่สะท้อนถึงความโหดของอเมริกา หรือ ของมือที่ชักใยรัฐบาลอเมริกา อย่างน่าสนใจ อาทิตยา เล่าตอนหนึ่งว่า … มันเป็นการขับไล่ผู้เช่า ที่บริษัท Eagle Moving (ช่างเลือกชื่อจริง) รับจ้างมาทำ …วันนั้น Read More …

เรื่อง ป้ายปานามา

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปานามา” ตอน 1 ปานามาเปเปอร์ออกมาหลายวันแล้ว สื่อทั่วโลกต่างก็ลงกันไปจนหมดแล้ว และหลายคนที่มีชื่อได้รับเชิญเป็นดาราในปานามาเปเปอร์ ต่างก็ออกมาแก้ตัวกันพัลวัน ยิ่งแก้ยิ่งพันตัวหนักขึ้น คนอ่านก็มันไป ลุงนิทานไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมถึงเพิ่งเขียนเรื่องนี้ ใครๆเขาเขียนถึง จนข่าวชืดเป็นแกงจืดค้างคืนไปหมดแล้ว ลุงตกข่าวหรือไง… เปล่าครับ ลุงไม่ได้ตกข่าว …ลุงอ่านเหมือนกัน แต่ขี้เกียจเขียนถึง มันเหมือนเขาโฆษณาว่าเป็นโขน ดารารุ่นใหญ่แสดง อุตส่าห์ไปเบียดซื้อตั๋ว ที่ไหนได้ เปิดฉากมากลายเป็นจำอวดมืออ่อน เสียดายค่าบัตรชะมัด ไม่คุ้มแม้กระทั่งเวลา แถมอุตส่าห์นุ่งกุงเกงตัวหล่อ รู้งี้นุ่งผ้าขะม้าเย็นสบายอยู่กับบ้าน นอนอ่านหนังสือเตรียมเขียนป้ายลวง 2 ต่อ ดีกว่า ชื่อแต่ละชื่อที่ปล่อยออกมา ไม่เร้าใจคนแก่เลยนะ ยิ่งของไทยแล้ว ผมว่าไม่ถึงแกงจืดด้วยซ้ำ เป็นแค่น้ำล้างถ้วยแกง แบบนี่มันป้ายปลอมชัดๆ ไม่ถึงระดับป้ายลวงเอาด้วย รายชื่อของไทย กลุ่มที่เข้าข่ายพอจะน่าสนใจ แต่ก็ไม่น่าตื่นเต้น เช่น ชื่อ คญ.พจมาน กับนายบรรณพจน์พี่ชาย… กลุ่มนี้ ไปใช้บริการปานามา นี่กระจอกมากนะ รวยโคตรขนาดนั้น ใช้สำนักงานกฏหมายที่มิดชิด ปกปิดกว่านี้ได้นะครับ ไม่รู้จะใช้ใคร ส่งไลน์มาถาม Read More …