“หมากฝรั่ง…ภาคพิเศษ”
ตอน 3
เมื่อท่านอยาโตเลาะห์ โคไมนี
ที่อเมริกา คิดว่าไม่รู้เรื่องทางโลกเอาเสียเลย
(เลยไปหลอกเอามานั่งครองอิหร่าน แทนพระเจ้าชาห์
ที่อเมริกา ชักจะขัดใจ เพราะตอนนั้น พระเจ้าชาห์ ทำท่าจะเอาจริง
เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ )
ขึ้นปกครองอิหร่านใหม่ๆ นั้น
ท่านโคไมนี ประกาศว่า อิหร่านจะยุติ การสร้าง
โรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งหมด
รวมทั้งอีก 2 โรง ที่ บริษัท ซีเมนซ์ (Siemens) ของเยอรมัน
ทำสัญญารับจ้าง กับ พระเจ้าชาห์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1974
เพื่อสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ ที่เมือง บุชเชอร์ (Bushehr)
ตามสัญญานั้น โรงงานนี้ จะผลิตพลังงานได้ในปี ค.ศ.1981
(เข้าใจว่า การประกาศยุติ เรื่องพลังงานนิวเคลียร์
เป็นไปตามเงื่อนไข ที่ตกลงกับอเมริกา
ก่อนเข้ามารับตำแหน่งประมุข ของท่านโคไมนี)
แต่ อเมริกา คงยังไม่พอใจ กับคำประกาศ ของท่านโคไมนี
เพราะเริ่มสังเกตว่า ท่านโคไมนี จริงๆ แล้ว
ดูเหมือนจะไม่ได้ว่าง่าย สั่งได้ อย่างที่อเมริกาคิด
แถมจะออกอาการ ต่อต้านอเมริกาเสียด้วยซ้ำ
แล้วสงครามระหว่างอิรัค กับ อิหร่าน
ก็ (เลย) เกิดขึ้น ในปี ค.ศ.1980
และเป็นสงคราม ที่ยาวยืดเยื้อ อยู่นานถึง 8 ปี
เพราะมีผู้สนับสนุน ส่งอาวุธ ให้ทั้ง 2 ประเทศ
ให้มันรบกันเอง จะได้ฉิบหายทั้ง 2 ประเทศ
ท่านที่อ่านนิทาน มานาน คงพอจำกันได้
ผมได้เล่าแล้วว่า สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น
เรื่องจริง มาจาก อังกฤษ ที่มีประเทศเป็นเกาะใหญ่
เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย
เป็นคนกระสัน อยากได้น้ำมัน ของอาณาจักรออตโตมาน
คือ น้ำมันของอิรัค (ที่แตกมาจากออตโตมาน หลังสงครามโลก)
เพราะน้ำมันเพิ่งถูกค้นพบ ว่า เป็นอาวุธสำคัญ
ของการที่จะเป็นมหาอำนาจ ครองโลก
อิหร่าน ก็ เป็นอีกส่วนหนึ่งของออตโตมาน
และก็มีน้ำมันดก เช่นเดียวกับอิรัค
แผนของฝ่ายอยาก ฉกน้ำมัน ของชาวบ้าน นั้นร้ายนัก
แทนที่จะไปทำสงครามแย่งชิงน้ำมันเขา อย่างตรงไปตรงมา
อย่างนั้น มันดีไป พวกนักล่าลายพร้อย มันไม่ลงทุนขนาดนั้นหรอก
สู้ ให้เหยื่อ มันฟัดกันเอง จนเลือดโชก เสียก่อนดีกว่า
ประหยัด ทั้งเวลา ประหยัดคน และประหยัดกระเป๋าไอ้คนฉก
ช่วงสงคราม อิรัค อิหร่าน
ฝ่ายตะวันตก นำโดยอเมริกา เชียร์อิรัค แบบออกนอกหน้า
ไม่ใช่ เพราะเพิ่งเห็นว่า ท่านอยาโตเลาะห์โคไมนี นั้น
ไม่ชอบรับคำสั่งใคร
แต่แผนไอ้นักล่าลายพร้อย มันลึกซึ้ง….
อเมริกา เลยทุ่มอาวุธ ให้ฝ่ายอิรัค
ขณะเดียวกัน ก็เกรงว่า อิหร่าน จะเป็นกระจอกกินน้ำ
สงคราม ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ก็จะจบเร็วไป
ไม่ฉิบหาย เลือดโชก หนำใจ ไอ้พวกลายพร้อย
แผน ฉกเอาน้ำมันของคนอื่น แบบคนฉก ไม่เจ็บ ไม่ตาย
แต่เจ้าของฉิบหาย ไม่เหลือ ก็จะไม่สมใจนึกบางลำพู
ยิวก็เลย ต้องรับหน้าที่ ส่งอาวุธ ให้ฝ่ายอิหร่าน อยู่หลายปี
โดยใช้ข้ออ้างว่า ซัดดัม น่ากลัว กว่า ท่านโคไมนี…ไปโน่น
ค่าอาวุธจิ๊บจ๊อย 500 กว่าล้านเหรียญ ยิวอ้างเอาบุญคุณ
ว่า เราควักกระเป๋า ให้อิหร่านเอง
ความมาแตกเอาในปี ค.ศ.1986 เดือนพฤศจิกายน
เมื่อสื่อทั่วโลก พากันลงข่าวเรื่อง อิหร่าน คอนทรา
สรุปว่า คุณพี่ซีของอเมริกา นั่นเอง เป็นผู้ส่ง ทั้งจรวด อาวุธ
รถแท้งค์ ฯลฯ สารพัดให้อิหร่าน ผ่านทางอิสราเอล
แต่ขอโทษ ไม่ได้ส่งฟรีครับ
พี่ซี เก็บเงินค่าของทั้งหมด ทุกเหรียญ จากอิหร่าน
เพราะรู้ว่า อิหร่าน ไม่มีวันยอมแพ้อิรัค
แล้วพี่ซี ก็เอาเงินอิหร่าน ไปหนุนให้ฝ่ายขวาจัดในนิคารากัว
โค่นรัฐบาล นิคารากัว ที่ตอนนั้น เอนไปทางสหภาพโซเวียต
คู่แค้นถาวรของ อเมริกา อีกต่อหนึ่ง
มันเดินลายพร้อย ไปทั่วโลก จริงๆ
ส่วนยิว ก็ ตอแหล ทวงบุญคุณเอากับอิหร่าน แบบ จอมปลอม
นี่แหล่ะ ยิว แท้…
หลังจากสงครามอิรัค อิหร่าน จบลงในปี ค.ศ.1988
สัมพันธ์ ระหว่างอิหร่าน กับ ยิว ก็เลยจบสิ้นไปด้วย
และอิรัค ก็น่วมพอ ที่อเมริกาจะยกกองทัพ มาปฏิบัติการ
Desert Storm กับซัดดัม รอบแรก
ส่วนเรื่องการสร้างนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ก็ “ดูเหมือน” จะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย
เมื่อ ท่านอยาโตเลาะห์ โคไมนี ที่ประกาศว่า การสร้างนิวเคลียร์
ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ถึงแก่กรรมใน ปี ค.ศ.1989
และท่านอยาโตเลาะห์ อาลี คาเมนี ขึ้นมาเป็นประมุขแทน
ท่าน อยาโตเลาะห์ อาลี คาเมนี มีความเห็นว่า อิหร่านนั้น
ถูกคุกคามจากต่างชาติ อยู่เสมอ
จำเป็นที่จะต้องหาทาง ป้องกันตัวเอง
ร่วมทั้งรักษา แนวทางการปกครองประเทศ ให้คงอยู่ไว้
(คือ เป็นรัฐอิสลาม ปกครองตามหลักศาสนา
ไม่เป็นประชาธิปไตยจ๋า แบบอเมริกา และไม่เดินตามบัญชา
ของพวกนักล่าลายพร้อย)
จึงคิดฟื้นฟู โครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่
ในปี ค.ศ.1989 อิหร่าน พยายามชักชวนบรรดานักวิทยาศาสตร์
ชาวอิหร่าน ที่อพยพออกไปนอกประเทศ หลังจากการปฏิวัติ 1979
ให้กลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศ โดยเสนอค่าจ้างจำนวนมหึมา
พร้อมกับเชิญให้ ซีเมนซ์ (Siemens) ของเยอรมัน กลับมาร่วมงานกันใหม่
ความพยายาม ทั้ง 2 ประการของอิหร่าน
แน่นอน… ถูกอเมริกา ขัดขวาง ทั้งทางตรง และทางอ้อม
อิหร่าน จึงหันไปหา พันธมิตรใหม่
ที่กำลังบ้านแตก สาแหรกขาด …คือ สหภาพโซเวียต
ที่ช่วงนั้น ก็ กำลังโดนบรรดาพวกนักล่าลายพร้อย รุมสหตึบ
เสียจน สหภาพโซเวียต แตกละเอียด ล้มระเนระนาด
เหลือ พอยืนประคองตัวได้ คือ รัสเซีย เท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย จึงยินดี ที่มีจะงานทำในอิหร่าน
ในอัตราค่าจ้าง ที่พอจะส่งไปดูเลี้ยงครอบครัวได้
นอกจาก นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย จะเริ่มเข้ามาในอิหร่านแล้ว
กระทรวงกิจการด้านอะตอมมิค ของรัสเซีย (Ministry of Atomic Affairs)
ก็เข้ามาให้ความร่วมมือ กับอิหร่านด้วย
และในเดือน มกราคม ค.ศ.1995
อิหร่าน กับ รัสเซีย ก็ทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
ที่จะฟื้นฟู การสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อการไฟฟ้า
ที่เมือง บุชเชอร์ (Bushehr) ต่อ
ต่อมา การร่วมมือของรัสเซีย ก็ขยายไปเรื่อยๆ
จนพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน สามารถพัฒนา
ผลิต พลูโตเนียม เพียงพอ ที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้
ในปี ค.ศ.2006
นอกจากนี้ อิหร่าน ยังซื้อจรวดต่อต้าน รุ่น S-300
จากรัสเซียเป็นจำนวนมาก
จรวดรุ่นนี้ ในช่วงนั้น ถือว่า มีสมรรถนะ สุดยอดที่สุดในโลก
เพื่อใช้ป้องกันการรุกล้ำ รอบอาณาเขตบริเวณเมืองบุชเชอร์ (Bushehr)
และด้วยความร่วมมือ ช่วยเหลือ ของรัสเซีย อีกเช่นกัน
อิหร่าน สร้างโรงงานนิวเคลียร์ ทั้งหมด อยู่ใต้ดิน….
เมื่อ ทุกอย่างพัฒนา มาถึงระดับนี้
ท่านอยาโตเลาะห์ อาลี คาไมนี ก็ประกาศในปี ค.ศ.2006
เปลี่ยนแปลง การวินิจฉัยข้อความในพระคัมภีร์ (ฟัตวา) เสียใหม่
ว่าการสร้างอาวุธ เพื่อป้องกันประเทศ และศาสนา ไม่เป็นการผิดคัมภีร์
ถึงจุดนี้ บรรดานักล่าลายพร้อย นำโดยอเมริกา
ก็เต้น เหมือนโดนน้ำร้อนลวก กลางทะเลทราย…
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
1 มิ.ย. 2561
เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
