ตอน 7
ผู้วิเคราะห์ของถัง Rand บอกว่า เรื่องระยะเวลาในการวิเคราะห์ ที่เน้นในช่วงปี ค.ศ.2015 ถึง ค.ศ.2025 นั้น มันโยงกับเรื่องความรวดเร็ว ของเวลาที่ใช้ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีทางการทหารของแต่ละฝ่าย ว่าจะทำได้เร็วขนาดไหน โดยเฉพาะเกี่ยวกับระบบ A2/AD ของจีน และการบทางระบบไซเบอร์
ถัง Rand เด็ดขาดมาก บอกว่า เวลา 10 ปี นี่มันเพียงพอแล้วที่จะตัดสินหมู่จ่ากันได้ ไม่ต้องวิเคราะห์ยาวไกลไปกว่านั้นให้เสียเวลา …. 10 ปี ถ้าจีน สร้างฝาชี A2/AD แบบไม่มีรูเหลือให้อเมริกาเจาะ อเมริกาก็จบ….ส่วนสภาพเศรษฐกิจ เขาก็วิเคราะห์กันอยู่แล้วว่า อีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของจีน มีแนวโน้มที่จะแซงหน้าอเมริกา (แบบนี้ อเมริกาคงจะปล่อยให้อาเฮียอมยิ้มหวานต่อไปไม่ไหวมั้ง)
การวิเคราะห์ของ Rand ที่เน้นช่วงเวลา 10 ปี นับแต่ ค.ศ.2015 ถึง ค.ศ.2025 จึงเป็นมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพการทหารล้วนๆ อเมริกาให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะถือว่าแสนยานุภาพทางด้านการทหารของตน ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ยังไม่เคยมีใครเทียบ หรือเฉียดเข้ามาใกล้เลย …. เมื่อรัสเซียและจีน หาญกล้า ทำการเหมือนท้าทายอเมริกา…… อเมริกา ก็จำเป็นต้องแจกแจงให้ฟัง ให้มันรู้กันมั่ง ว่าใครกันแน่ที่ ใหญ่จริง (ใหญ่โว้ย )
การรบ 4 กรณี มีผลกระทบ ยับเยินต่างกัน
– กรณีสั้นแต่รุนแรง (brief , severe)
ถ้าผู้นำทางการเมือง ไม่ว่าฝ่ายไหน ให้อำนาจฝ่ายกองทัพเป็นผู้ตัดสินใจสั่งรบได้. แนวโน้ม ก็จะเป็นการใช้แผนรุนแรง และรวดเร็วกับอีกฝายหนึ่งแน่นอน สงครามรุนแรงก็คงเกิดขึ้น และความเสียหายของอเมริกา โดยเฉพาะทางกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ และฐานทัพ คงยับเยินทีเดียว
แต่ทางด้านจีน ก็จะเสียหายมากด้วยเช่นกันนะ โดยเฉพาะบริเวณเมืองที่เป็นฐานวางระบบ A2/AD (ซึ่งจีนติดตั้งระบบแบบฝาชียักษ์ครอบบริเวณจีนไว้ทั้งหมด)
ผู้วิเคราะห์บอกว่า กรณีนี้ ….ไม่กี่วัน ก็รู้แล้วว่า กำลังใคร (แน่) แค่ไหน …. ยิ่งนานไป โอกาสเสียหายของจีนจะยิ่งมากกว่า ทั้งทางด้านกำลังทหาร และด้านเศรษฐกิจ (แปลว่า อเมริกาคงมีแผนเตรียมถล่มจีน แบบกวาดละเอียดถี่ยิบ จนฝาชียักษ์ของจีนกระจุย )
ในทางตรงกันข้าม ถ้าไปรบกันในช่วงหลังๆ ใกล้ปี 2025 ความเสียหายของอเมริกา จะมากกว่าการรบในช่วงแรกๆ เพราะอเมริกาคาดว่า ยิ่งนานวัน อานุภาพของฝาชียักษ์ A2/AD ของจีนจะแรงขึ้น แต่ความเสียหายของจีนก็จะมากเช่นเดียวกัน และก็ยังไม่แน่ว่า จีนจะเป็นผู้ชนะ (แปลว่า ยิ่งฝาชีมาแรง อเมริกาก็จะส่งกลับแรง… แรงไปแรงมา ไม่รู้ใครจะหมดแรงก่อน)
– กรณีนานและรุนแรง (long and severe) แนวการวิเคราะห์ไม่ต่างกัน คือยับเยินทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งด้านกำลังทหาร และเศรษฐกิจ ยิ่งรบนาน ความเสียหายของอเมริกาจะมากขึ้น ไม่ต่างกับจีน แต่อเมริกาไม่สนใจว่าจีนจะเสียหายมากน้อย อเมริกาสนใจดูแค่ว่า…..ระหว่างการรบยาวกับรบสั้น …..อย่างไหน อเมริกาจะเสียหายมากกว่ากัน (เสียมาก ก็ฟื้นยาก และใช้เวลานาน)
สรุปว่า ใน 2 กรณีข้างต้น ผู้วิเคราะห์มองว่า การ “เริ่ม” รบเร็วและรบแรง ความเสียหายของอเมริกา มี “แต่มีน้อยกว่า” รอไปรบในอนาคต
ส่วนจีน ถ้ามีการรบตอนนี้ ผู้วิเคราะห์บอกว่า ….คงสู้อเมริกาไม่ได้หรอก ความเสียหายก็แยะ แต่ถ้ารอไปรบในอนาคต …จีนอาจสามารถทำให้อเมริกามีความเสียหายได้แยะกว่ารบตอนนี้ และจีนมีโอกาสลุ้นเป็นผู้ชนะ …แต่ผู้วิเคราะห์ก็สำทับว่า แค่มีโอกาสลุ้น …ไม่ได้หมายความว่าจะชนะแน่ๆนะ
เหมือนกับอเมริกามองว่า การเริ่มรบเร็วๆนี้ และรบแรง จะบรรเทาความเสียหายของตัวเองได้ดีกว่า และอเมริกาอาจจะเลือกรบตามแนวนี้ ” ถ้า ” จะมีการรบกัน
คำถามคือ อเมริกาพร้อมรบหรือไม่…
อเมริกาแสดงท่าที เหมือนยังไม่พร้อมรบ หรือไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า แต่ถ้าจะต้องรบ… อเมริกาก็พร้อมที่จะรบ และจะรบชนะด้วย (บทพระเอก)
แต่โปรดอย่าลืมกัน ว่าสันดานของอเมริกา….ไม่เคยเปลี่ยน หน้าอย่างหลังอย่าง หน้าไหว้หลังหลอก มาตลอดการเป็นอเมริกานั่นแหละ….จึงต้องดูหลายมุมครับ อเมริกาอาจจะพร้อมรบแล้ว และกำลังล่อให้รัสเซียจีนลงหลุมก็ได้
– กรณีสั้นไม่รุนแรง (brief, mild) จะเป็นไปได้ ต่อเมื่อผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย สามารถคุยกันรู้เรื่อง โดยเอาความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์กับนานาชาติเป็นตัวตั้ง ซึ่งอาจจะสามารถระงับการยกระดับการขัดแย้งได้ (ผมว่า ตัดกรณีนี้ทิ้งไปได้เลย อเมริกากับจีน วันนี้คงคุยกันไม่อร่อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณนายหน้าโหด หรือคุณทรัมพ์ปากแตร มันก็เครือกัน)
– กรณียาวไม่รุนแรง (long, mild) เป็นกรณีที่ความขัดแย้งมีไปเรื่อยๆ และอุณหภูมิของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ขึ้นสูงทันที แต่ก็สร้างความกังวลในภูมิภาคตลอดเวลา …และในที่สุด ก็คงจะมีฝ่ายใดเริ่มยกระดับเป็น รุนแรง สั้นหรือยาว อยู่ดี …ก็กลับไปอ่านตรงสรุป ของ 2 กรณีข้างต้นอีกรอบนะครับ
สรุปจากการวิเคราะห์ หรือขู่ ของถัง Rand ว่า สงครามระหว่างอเมริกากับจีน…. ถ้าจะมี … น่าจะเป็นช่วงหลัง ค.ศ.2015 ไม่นาน … ไม่ใช่ ช่วง ค.ศ. 2025 นู่น และน่าจะเริ่มต้นที่แปซิฟิก ก่อนที่จะลามไปไกล ..และ การรบไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน จะทำให้เสียหายยับเยินทั้งคู่ แต่จีนจะเสียหายมากกว่า และโอกาสชนะของจีน แทบไม่มีเลย…. เป็นการวิเคราะห์ออกแนวขู่อาเฮีย เสียจนเลอะเต็มกางเกง…
นอกจากนี้ ถัง Rand ยังส่งท้ายเหมือนเตือนสติว่า “ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร คงเป็นการยาก ที่ฝ่ายใดจะยอมรับว่า ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ … ประวัติศาสตร์บอกเรามาเสมอว่า ผู้ที่ดื้อดึงขืนจะรบ แม้จะรู้ว่ามันเป็นการสู้รบ ที่จะยืดเยื้อ และไม่มีทางทำให้ตนเองชนะ ก็ย่อมไม่มีทางชนะอยู่ดี และการดื้อดึงที่จะทำสงครามเช่นนั้น ในที่สุดแล้ว ก็จะทำให้คู่ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่าย อ่อนเปลี้ย ยับเยินทางการทหาร และตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่น ไปอีกนาน….. ”
ฮู้ย… เป็นการเขียนเตือนสติ ที่แกว่งปาก จริงๆ … ขู่เขามาตลอด ยังไม่หนำใจ … ฝีปากไอ้ Rand มันแสบจริง
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
30 ต.ค. 2559
เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
