เรื่อง เตือนสติตัวเอง

“เตือนสติตัวเอง”

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พศ 2559 เป็นวันที่โลกของผม ชีวิตของผม หยุดลงชั่วขณะ
แล้วลอยคว้างอยู่ในที่กว้างใหญ่ ที่หาหลักเกาะไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเอง จริงๆ ผมอยากให้ชีวิตผมหยุดลงโดยสิ้นเชิงในวันนั้นเสียด้วยซ้ำ… ผมเป็นคนแก่แล้ว พ่อแม่ตายหมดแล้ว ชีวิตที่เหลือได้ปฏิญาณไว้แล้วว่าถวายแด่เจ้าเหนือหัวและบ้านเมืองอย่างหมดสิ้น

ผมเตือนสติตัวเองมาตลอดว่า วันหนึ่ง เวลาที่เราไม่อยากให้มาถึง ก็จะมาถึงตามหลักสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมได้เตรียมตัว เตรียมใจ รวมทั้งฝึกฝนเจริญสติตัวเอง เพื่อให้รับสัจจธรรมเกี่ยวกับเวลานั้นเมื่อมาถึงให้จงได้ และผลพลอยได้ ก็ทำให้ดำเนินชีวิตในช่วงวิกฤติของตนเองได้ดีพอสมควร

แต่แล้วเมื่อเวลาที่ผมหวั่นที่สุดในชีวิตมาถึงเข้าจริง ที่คิดว่าได้ฝึกฝนตนเองมาพอควรนั้น กลับสอบตกโดยสิ้นเชิง

สองวันที่ผ่านมา ผมพยายามฝืนตัวเองให้ดำรงชีวิตของตัวเองตามปกติ แต่มันทำได้ไม่มากนัก ผมยังลอยเคว้งอยู่ในที่ว่าง… ตกกลางคืน ผมนั่งอยู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พยายามตั้งสติใหม่ นึกถึงคำปฏิญาณของตน ทำความเข้าใจกับสิ่งทั้งหลายรอบตัว และทบทวนพระบรมราโชวาทที่พระองค์ท่านได้เคยพระราชทานไว้ ทำให้ผมนึกถึงอะไรต่อไปอีกหลายเรื่อง….

ความสงบค่อยๆกลับมา… ผมจะต้องรีบตั้งสติให้มั่น หยุดการลอยเคว้งนี้ให้ได้โดยเร็ว และกลับมาทำหน้าที่ของพสกนิกรที่ดี ถวายความจงรักภักดี ต่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 10 แห่งพระราชวงศ์จักรี เพื่อสร้างความเจริญ เข้มแข็ง และรักษาสยามประเทศของเรา ให้ดำรงเอกราชและอธิปไตยให้คงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน

สถาบันกษัตริย์ เป็นเสาหลักที่สำคัญของความมั่นคงของประเทศ ในช่วงเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงครองราชย์ พระองค์ได้ทรงสร้างความมั่นคงให้กับสยามประเทศของเราอย่างยิ่งยวด และทรงใช้พระปรีชาสามารถ เพื่อถ่วงดุลยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี มาบัดนี้ สถานการณ์โลก กำลังเปลี่ยนแปลงจาก 70 ปีก่อนอย่างมากมาย เหตุการณ์ระหว่างประเทศ ร้อนระอุขึ้นทุกที ….สยามประเทศเราอาจจะเข้าไปอยู่ตรงกลางทางแยก ….

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในบ้าน ก็กำลังอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยน ความสามัคคีของประชาชน การเข้าใจความเป็นไปของนอกบ้านและในบ้านเมืองของเรา เป็นเรื่องจำเป็น ….ประชาชนที่มีความเข้าใจ เข้มแข็ง อดทน พร้อมเผชิญอุปสรรคต่างๆ อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นับเป็นพลังอันสำคัญ ที่จะเกื้อหนุนให้เกิดความมั่นคงของประเทศชาติในยามนี้

ความมั่นคงดังกล่าว มีส่วนประกอบสำคัญคือ สถาบันกษัตริย์ ที่เข้มแข็งและทรงพระปรีชา รัฐบาล ที่มีแนวนโยบายคำนึงถึงเอกราชและอธิปไตยของประเทศ ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องความก้าวหน้าของทุน …และพลังของประชาชนที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวข้างต้น …

ผมหยุดลอยเคว้ง กลับมายืนตรงจุดเดิม เดินตามคำปฏิญาณของตัวต่อไป แม้รัชกาลจะเปลี่ยนไป แต่ความจงรักภักดีต่อสถาบันและห่วงใยในบ้านเมือง ไม่มีเปลี่ยน โดยเฉพาะในยามที่ประเทศชาติต้องการ พลังของประชาชน… ผมจะกลับมาทำหน้าที่เล่านิทาน เป็นนาฬิกาปลุกต่อไป…หวังว่าท่านผู้อ่านนิทาน คงจะจับมือเดินหน้าไปด้วยกันเหมือนเดิม

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
15 ต.ค. 2559
%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-104-02 %e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-104-01

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *