นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”
วิกฤติซับไพรม์ ถูกออกแบบมา ไม่ใช่เพียงเพื่อต้มเหยื่อ เขมือบกำไรไปเกือบทั้งโลก นั่นมันต้มน้ำแรก ใช้ไฟแบบอุ่นๆ แต่นานหน่อย
ต้มน้ำสอง ใช้ไฟแรงขึ้นอีกหน่อย …. วิกฤติซับไพรม์ ยังเหมือนเป็นแผนการสร้างกองทัพด้านการเงิน ที่ลงทุน โดยการล้วงจากกระเป๋าเหยื่อ ที่เป็นชาวบ้านและภาษีของชาวบ้าน …. กองทัพนี้ ทำงานผ่านกลไกของสวนสัตว์วอลสตรีท ที่มีเครือข่ายสาขาอยู่ทั่วโลก…. เป็น
กองทัพที่ใช้อาวุธ คือสินค้าทางการเงิน ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ๆทั้งรูปแบบ และวิธีการใช้ เพื่อเอาไปใช้ในสนามรบ ที่เรียกว่า ตลาดหุ้น ตลาดทุน ตลาดเงินทั่วโลก ….เป็นการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินในกระเป๋าของ “เอกชน” ต่างๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก ให้เป็นไปตามที่ผู้วางแผนต้องการ … ..หลังจากที่คุมกระเป๋าของ “รัฐ” ต่างๆ ผ่านกลไกของ ไอเอ็มเอฟ เวิลด์แบงค์ ธนาคารกลางของสหภาพอียู เรียบร้อยไปแล้ว
อย่างนี้ เรื่อง Brexit ที่ว่า จะทำให้มีผลกระทบกับตลาดหู้น ตลาดทุน ตลาดการเงิน ก็ไม่น่าห่วง ถึงมี ก็คงไม่ใช่ปัญหาของอเมริกา หรือเจ้าของแผน ด้วยระบบไอทีสมัยใหม่ ศูนย์กลางความเคลื่อนไหวของทุนในอนาคต น่าจะเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ได้ง่าย จะเอาไว้ที่ตรงไหนก็คงไม่ยาก อาจจะมีปัญหาเรื่องคนทำงานอยู่บ้าง แต่เจ้าของแผนการต้มเหยื่อ เขาไม่สนใจเรื่องคนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน
ก่อนที่จะมีการต้มเหยื่อหม้อใหญ่ ก็ต้องมีการเตรียมการให้พร้อม หม้อขนาดใหญ่พอไหม ไฟแรงพอไหม น้ำพอไหม ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าเหยื่อจะเปื่อย ฯลฯ ที่สำคัญ สินค้าตัวใหม่ ที่จะใช้ล่อเหยื่อ ควรเป็นอย่างไร มันถึงจะน่ากิน และคนกิน ตกเป็นเหยื่ออย่างหมดท่า
ปี ค.ศ.1994 เห็ดฟัน Long Term Capital Management (LTCM) จึงถูกตั้งขึ้น โดย จอห์น John Meriwether เทรดเดอร์ชาวชิคาโก ที่จบจากมหาวิทยาลัยชิคาโก และเคยเป็นผู้จัดการเก่าของ Salomon Brothers อินเวสเมนท์แบงค์ขนาดใหญ่ของอเมริกา
จอห์น ชวนเทรดเดอร์จากซาโลมอน และพรรคพวกที่เป็นอาจารย์ นักวิชาการ ทั้งหมดประมาณ 16 คน ที่น่าสังเกตว่า ส่วนใหญ่เป็นชาวชิคาโก หรือจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชิคาโก และจบปริญญา โท เอก ทางด้านคณิตศาสตร์ จากฮาร์วาด และ MIT และมี 2 คน ที่ได้รับรางวัลโนเบิล ด้านคณิตศาสตร์เศรษฐศาสตร์ … ขนาดนั้นเชียว…..มาเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ ร่วมบริหารในปฏิบัติการพิเศษ….คือ การซื้อขายตราสาร สินค้าทางการเงิน ด้วยวิธีการใหม่ๆ …มันจำเป็นต้องใช้แต่พวกหัวทรงแหลมเปี้ยบขนาดนั้นเชียว?!?!
ผู้คนเลยเรียกเห็ดฟันปฏิบัติการพิเศษนี้ว่า เห็ดฟัน จีเนียส …
คนคิดแผนนี้ มันไม่ธรรมดาเลยนะ เอาจีเนียส มาทดลองต้มยักษ์ … ถ้าต้มยักษ์เขี้ยวยาวได้ เหยื่อเป้าหมาย ก็น่าจะรอดยาก…
เห็ดฟันจีเนียส สร้างตราสาร หรือสินค้าทางการเงินหน้าตาแปลกๆ รวมทั้งวิธีการซื้อขายสินค้าทางการเงินนั้น โดยใช้ “สูตรทางคณิตศาสตร์” ที่อ้างว่า ไม่มีรูให้ความเสี่ยง ไม่ว่าด้านใด หลุดเข้ามาได้เลย สูตรของพวกจีเนียส และวิธีการซื้อขาย ล้วนเป็นความลับ แต่พอมีข่าว (ปล่อย) ออกไปว่า เห็ดฟันกองนี้ ดูแลโดย “จีเนียส” ทั้งนั้น ก็ย่อมมีสปอตไลท์มาส่อง และมีคนอยากให้จีเนียสบริหารเงินให้…. การตลาดกล้วยแขกจริงๆ
ผู้ลงทุน ในกองทุนเห็ดจีเนียสนี้ เป็นสถาบันการเงินใหญ่ๆทั้งสิ้น เช่น Credit Suisse, UBS, Merrill Lynch, Liechtenstein Global Trust, Bank of Italy, Dresdner Bank, Sumitomo Bank, Prudential Life Corp รวมทั้งหัวหน้ายักษ์ อย่าง Sandy Weill ของ Citigroup, หัวหน้า Bear Stearn เป็นต้น (แต่ดูไปลึก ผมว่ามันก็ก๊วนเดียวกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก!) รวมแล้วได้ทุนประเดิม 1,000 ล้านเหรียญ 30,000 ล้านบาท! สำหรับ ให้จีเนียสใช้ ทดลองวิชา….
สูตรลับในการซื้อขายตราสารของเห็ดจีเนียส คงได้ผลดี ในช่วงปี คศ 1995, 1996 เห็ดจี จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนมากกว่า 40% ปี 1997 กองทุนโตขึ้นมาถึง 125,000 ล้านเหรียญ เป็นเห็ดที่ดอกใหญ่ที่สุดในตลาด แต่ผลตอบแทนกลับเริ่มลดลง ถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ.1998 เห็ดจี ก็เริ่มเหี่ยว ….ไหนว่าปิดรูเสี่ยงจนหมดครบสูตรคณิตศาสตร์แล้วไง
เพื่อรักษาระดับผลตอบแทน ปี 1997 เห็ดจี เลยคืนทุนให้ผู้ลงทุนไป 2,700 พันล้านเหรียญ ทำให้ทุนเหลือจำนวน 4,700 ล้านเหรียญ แต่ยังบริหารทรัพย์สิน จำนวน 125,000 ล้านเหรียญเหมือนเดิม จีเนียสบอกว่า วิธีนี้จะทำให้ตัวเลขอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะเดียวกัน อัตราความเสี่ยงต่อทุน leverage ratio มันก็สูงขึ้นด้วย …. โห นี่คิดแบบจีเนียสเลย….คิดแต่ด้านได้…. ด้านเสียอย่าเพิ่งคิด
แล้วด้านเสียก็ตามมา…ในปี ค.ศ.1998 เดือนพฤษภาคมกับเดือนมิถุนายน เห็ดจี เกิดขาดทุน จากตราสาร CDO ที่มีไส้เป็นสัญญาจำนองบ้าน ทำเอาทุนหายไป เกือบ 20% ตามติดมาด้วยเรื่องของรัสเซีย .. ฮ้า…
เดือนสิงหาคม รัสเซียผิดนัดหนี้พันธบัตรของตน ซึ่งคาดกันว่า รัสเซียไม่มีทางให้ประเทศตัวผิดนัดชำระหนี้ ประเทศใหญ่ขนาดนั้นจะผิดนัดได้ยังไง ต้องรีบพิมพ์แบงค์เพิ่มมาชำระหนี้สิ
รัสเซียบอก…. กูไม่ใช่พวกโรงพิมพ์กระดาษสีเขียวตรานกอินทรีนะเว้ย …. รัสเซีย ยอมผิดนัด และเจรจาเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ หรือที่เรียกกันว่า ปรับโครงสร้างหนี้
เรื่องรัสเซียปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ตลาดค้าพันธบัตรรัฐปั่นป่วน รัสเซียผิดนัดได้ ประเทศอื่นก็อาจผิดนัดตาม แมงเม่าพากันเทพันธบัตรรัฐทิ้ง ตลาดหุ้นไหลรูด เห็ดจีก็เลยขาดทุนวันเดียว 550 ล้านเหรียญ… เห็ดจีใช้ระบบคิดราคามูลค่าตามราคาตลาดทุกวัน (mark to market) เพราะมองแต่ด้านกำไร พอกำไรกลายเป็นขาดทุน ทุนก็หายไปทุกวันด้วย ..จีเนียส จริงๆ
ที่นี้จะทำอย่างไรดีล่ะ เห็ดจี ก็เลยกลับมาหาทุนเพิ่ม ด้วยวิธีธรรมดา ไม่จีเอาเลย โดยการเขียนจดหมาย ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1998 ไปชวนผู้ลงทุน ….มาเร็วๆโอกาสดี แต่ปรากฏว่า แป่ว… ไม่มีใครมา…..ปลายเดือนกันยายน เลยขาดทุนต่อ แต่ทรัพย์สินที่ต้องบริหารยังอยู่ที่ 110,000 ล้านเหรียญ อัตราความเสี่ยงของกองทุนเห็ดจี เพิ่มเป็น 50: 1 แบบนี้ เรียกให้ลุงนิทาน ที่ตกเลขมาตลอด ไปบริหารก็ได้ครับ ไม่ขอรับรางวัลโนเบิลทางคณิตศาสตร์หรอก
เห็ดจี ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก… Bear Stearns ซึ่งเป็นโบรกเกอร์หมายเลขหนึ่งของ เห็ดจี ถูกเรียกเงินเพิ่ม (margin call) จากการขาดทุนขายพันธบัตร ก็ต้องมาเรียกหลักทรัพย์เพิ่มจากเห็ดจี…. ข่าวนี้ทำให้ลูกค้าเห็ดจี เริ่มปอดแหก แถมมีข่าวออกมาว่า เห็ดจี มันแน่จริง….เห็ดจีตัวแม่ ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน มันดันจดทะเบียนแยกบริษัท กับตัวค้าตราสาร และไปจดทะเบียนโดยใช้กฏหมายของเกาะเคย์แมน Cayman Island ซะด้วย …นี่ถ้าเกิดผิดแผนพลาดท่า เล่นขอล้มละลายตัวเองตามกฎหมายเคย์แมน …อย่างนี้เจ้าหนี้เห็ดจี ก็หงายท้องผลึ่ง คงได้หอยเสียบ หอยตลับมาใช้หนี้แทน … เขาเตรียมการมารอบคอบน่า
สถานการณ์เห็ดจี เลวลงเรื่อยๆ มาร์จิ้นคอล มาไม่หยุด เดือนกันยายน เฟดนิวยอร์ค ภายใต้การนำของ William McDonough (สมาชิก CFR) ก็เรียกประชุมชาวสวนสัตว์วอลสตรีท ภายใต้การเห็นชอบ ของท่านประธานใหญ่ของเฟด Alan Greenspan (สมาชิก CFR อีกเหมือนกัน)
สรุปว่า ต้องมีการช่วยเหลือ LTCM เห็ดจี ด้วยเหตุผลว่า เดี๋ยวจะมีผลกระทบวงกว้าง เหตุผลแบบโรเนียวแจกมาอีกแล้ว …กว้างยังไง … ดูเอาจากรายชื่อผู้ลงทุนหรือไง…
แล้วแมงเม่ารุ่นยักษ์ของสวนสัตว์วอลสตรีท ก็พากัน (ถูกมัดมือ) ลงขันช่วย เห็ดจี ทั้งหมด 14 ราย ยกเว้น 2 ราย คือ Bear Stearns และ Lehman Brothers… บังเอิญจังนะ
ที่น่าสังเกตคือ เห็ดจี มาเร็ว ไปเร็ว เวลามา ก็จับมือดมยาก เวลาไปก็ไม่เหลือเงา แต่ทางการกลับสั่งให้ชาวสวนสัตว์ช่วยเห็ดจี อย่างพร้อมเพรียง…เออ… มันแน่จริง
(เรื่องเห็ดจี LTCM คุณวิกิ ก็มีเล่าให้ฟังนะครับ แต่ถ้าใครอยากอ่านภาคยาว มีหนังสือ ชื่อ When Genius Failed เขียนโดย Roger Lowenstien เล่าเสียถี่ยิบเลย short long อย่างไร ลุงชาวบ้านอย่างผม อ่านจบ ได้แต่รำพึง … มึงขนจีเนียสมาเป็นโขยง รวมทั้งคนระดับรางวัลโนเบิลมาเล่นหุ้น …มึงยังเจ๊งไม่เป็นท่า …ถ้ามึงไม่เล่นละครต้มโลก มึงก็ต้องโง่ ฉ ห ….สู้ เสี่ย ป เสี่ย ส แถวบ้านกูยังไม่ได้เลย ฮา)
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
30 ก.ค. 2559
เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
