ป้ายปลอม ตอนที่ 25

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอน 25

Citigroup Inc หรือ Citi เกิดจากการรวมตัว ระหว่าง Citicorp ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการธนาคาร กับ Travelers Group ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการเงิน เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1998 เพื่อให้เป็นสถาบัน ที่ให้บริการด้านธุรกิจการเงินการธนาคาร ครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ก่อนจะเป็น Citicorp ต้องย้อนกลับไปถึง City Bank of New York ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1812 ด้วยเงินทุน 2 ล้านเหรียญ เพื่อให้บริการกับนักธุรกิจในนิวยอร์ค และเป็นผู้สนับสนุนรายแรก ในการตั้ง Federal Reserve Bank of New York แปลว่าเป็นรุ่นบุกเบิก หรือ เจ้าของเฟด แท่นพิมพ์กระดาษสีเขียวตรานกอินทรี แปลอีกต่อ สั้นๆ ว่า เป็นพวกผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลอเมริกา

ในปี ค.ศ.1913 เปลี่ยนชื่อมาเป็น First National City Bank of New York ในปี ค.ศ.1955 และหดชื่อสั้นลงอีก เหลือเป็น First City Bank ในปี ค.ศ.1962 … เปลี่ยนชื่อหลายหนจัง ไม่ถูกโฉลกกับโคตรท่านหินร่วงหรือครับ

First City Bank เป็นผู้ริเริ่มการใช้เครดิตการ์ด ที่รู้จักกันในชื่อ Everything card ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Mastercard และเป็นผู้นำเอาเครื่อง ATM เบิกกันแหลกตลอด 24 ชม มาใช้เป็นธนาคารแรก อ้อ… นี่เอง ตัวการให้ชาวบ้านมือเติบ ใช้เงินในอากาศ (เครดิตการ์ด) ใช้เงินแบบมือรั่ว 24 ชั่วโมง (ATM)

ในปี ค.ศ.1976 เปลี่ยนชื่อหดลงมา เหลือแค่ Citibank

Citibank ก้าวหน้าและเป็นที่รู้จักดี ภายใต้การนำของ Walter B Wriston คนโปรดของท่านหินร่วง ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 ถึงปี ค.ศ.1984

Wriston เกิดที่คอนเนคทิคัต แม่เป็นครูสอนเคมี พ่อเป็น ศาสตราจารย์ สอนที่มหาวิทยาลัย และเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีไอเซนฮาวเออร์

Wriston เป็น eagle scout ลูกเสือติดปีกอินทรี (อีกตัวแล้ว!) ที่ได้รับรางวัลดีเด่นพิเศษ เขาเรียนจบด้านกฏหมาย และการต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ Tuft และ Fletcher

เรียนจบก็ไปทำงานที่ กระทรวงต่างประเทศ อยู่ฝ่ายเจรจา แลกเปลี่ยนนักโทษกับญี่ปุ่น พอเกิดสงครามโลก ก็ไปเป็นทหาร และประจำอยู่หน่วยส่งสัญญาน ที่เกาะเซบุ ฟิลิปปีนส์

Wriston ได้เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศ ของประธานาธิบดีเรแกน ในช่วงปี ค.ศ.1982- 1989 เขาได้รับเหรียญสดุดีสูงสุดสำหรับพลเรือนในสมัยคาวบอยบุช และได้รับเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีคลัง 2 ครั้ง ในสมัย นิกสัน และ ฟอร์ด แต่เขาปฏิเสธ! ข่าวบอกว่า การปฏิเสธครั้งหนึ่ง มาจากเหตุผลว่า เพราะประธานาธิบดี ไม่ได้เป็นคนมาเจรจาขอให้เขารับตำแหน่งด้วยตัวเอง (ใหญ่นะเว้ย) อีกข่าวบอกว่า ถ้าไปรับตำแหน่ง เงินเดือนจากรัฐมันน้อยมาก ต่างกับที่รับอยู่กับเอกชน..(อ้าว งกนี่หว่า)

ภายใต้การบริหารของ Wriston ทรัพยสินย์ของ Citicorp โตขึ้นเกือบ 800%

Wriston ได้ชื่อว่า เป็นนายธนาคารที่มีอิทธิพล “สูงที่สุด” ในวงการ

ปี ค.ศ.1984 John Reed ซึงเป็นลูกน้องก้นกุฏิของ Wriston ขึ้นมารับตำแหน่ง เป็นหัวหน้าใหญ่ต่อจาก Wriston Citibank ยิ่งขยายใหญ่ และ 14 ปีต่อมา Citibank ก็กลายเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา และเป็นผู้ออกเครดิตการ์ด และชาร์จการ์ดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมไปถึง 90 ประเทศ

ทั้ง Walter B Wriston และ John S Reed เป็นสมาชิกของ CFR โดยเฉพาะ Henry B Wriston นั้น เป็น ได้รับเกียรติเป็น ประธานกิติมศักดิ์ อยู่หลายปี

แม้ตอนเริ่มตั้งธนาคารสมัยแรกๆ Citibank จะเน้นการทำธุรกิจให้กับชาวนิวยอร์ค แต่เมื่อถึงสมัยที่ Wriston เป็นหัวหน้าใหญ่ Citibank กลับเพิ่มการทำธุรกิจนอกประเทศขึ้นอย่างมากมาย Wriston สนิทกับ อริสโตเติล โอนาซิส (เศรษฐีกรีก เจ้าของกิจการขนส่งทางเรืออันดับหนึ่งของโลกในช่วงปี ) และ Citibank ก็เลยเป็นธนาคารเจ้าประจำ ในการให้เงินกู้กับโอนาซิส เพื่อไปต่อกองเรือขนส่งน้ำมัน ….

ขนส่งให้ใครล่ะ ไม่น่าถาม…. ก็ขนส่งให้ Standard Oil ของท่านหินร่วง เป็นพิเศษ ไม่ต้องรอคิวไง เขาว่าท่านหินร่วง กับโอนาซิส นั้นเป็นเกลอชนิดถูกกระเดือกกันมาก ถึงขนาด จับมือเกี่ยวโยง กับการเมืองเรื่องสำคัญของอเมริกันในช่วงนั้นด้วย

นอกจากนั้น Citibank ก็ยังทำตัวคล้ายกับเป็นกระทรวงต่างประเทศ หรือ จะเป็น ก ต ตัวจริงก็ไม่รู้….. Citibank จึงไปเปิดธุรกิจในสาขาต่างประเทศ เป็นการผูกสัมพันธ์อีกมากมาย เช่นที่ รัสเซีย จีน ละตินอเมริกา คิวบา เม็กซิโก และประเทศอย่างเราๆ ที่ฝรั่งเรียกในสมัยหนึ่งว่า ประเทศโลกที่ 3 Third World Countries ….(ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือ ด้อยพัฒนา อย่าง เอเซีย อาฟริกา และ ละตินอเมริกา) เราไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกัน…. มึงเรียกพวกกูอย่างนั้น และ กู ก็ ไม่ มี วัน ลืม……

การควบรวมระหว่าง Citicorp กับ Travelers นั้น มาจากฝีมือการจัดการของ Sandford I “Sandy” Weill ที่เป็นหัวหน้าใหญ่ของ Travelers

Weill เป็นยิวจากโปแลนด์ อพยพเข้ามาอยู่ในอเมริกา และเข้าโรงเรียนทหารก่อนจะมาเรียนต่อทีมหาวิทยาลัย Cornell เรียนจบ ก็ไปทำงานเป็นพนักงานรับคำสั่งซื้อขายหุ้นที่ Bear Stearns เขาย้ายงานไปเรื่อยๆ และก็ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ได้เป็นประธานผู้บริหารของ American Express และ บริษัทประกันในเครือของ American Express

ระหว่างอยู่ American Express เขาเอา Jamie Dimon มาขัดสีฉวีวรรณ เพื่อเตรียมตัวส่งไปเป็น CEO ของ JP Morgan Chase…. มันสั่งข้ามบริษัทกันได้เลยนะ

เป็นที่รู้กันดีว่า Weill นั้น เป็นหนึ่งในผู้มีบารมีของสวนสัตว์วอลสตรีท บรรดาหัวหน้าใหญ่ของยักษ์ในสวนสัตว์วอลสตรีทนั้น ส่วนใหญ่ถ้าไม่เคยเป็นลูกน้องเขา ก็มีหนี้บุญคุณติดค้างเขาทั้งนั้น

Travelers Group ภายใต้การนำของ Sandy Weill ได้ควบรวมธุรกิจทั้งด้านการเงิน และประกันภัยเข้ามารวมกัน โดยเฉพาะการซื้อ Primerica ที่เป็นเจ้าของธุรกิจประกันชีวิต และ เจ้าของ Smith Barney นายหน้าค้าหุ้น รวมทั้ง บริษัทค้าหุ้นระดับกลางอย่าง Shearson Lehman ต่อมา Travelers ยังซื้อ บริษัทค้าหุ้นอีกรายคือ Salomon Brothers

เดือนเมษายน ค.ศ.1998 Travelers Group ประกาศว่า จะมีการควบรวมกับ Citicorp ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยในเดือนตุลาคม …ปัญหามีอยู่ว่า ตามกฏหมาย Glass-Steagall Act กำหนดให้การทำ ธุรกิจการธนาคาร กับธุรกิจประกันภัย ต้องแยกออกจากกัน ….รู้ๆอยู่แล้วว่า กฏหมายห้ามทำ แต่ก็ขืนจะทำ …. Weill ประกาศอย่างมั่นใจมากว่า… กว่าจะถึงตอนนั้น ปัญหา ที่เราเป็นห่วงกัน ก็คงหมดไป….

ปัญหา ที่มาจากข้อห้ามของกฏหมายจะหมดไป มันก็ต้องแก้ไข ด้วยการแก้กฏหมาย ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภา Weill ต้อง มีความมั่นใจมาก หรือมีคนหนุนหลังใหญ่มาก จึงกล้าประกาศเช่นนั้น

แล้ว พวกคิดควบ อย่างไม่กลัวว่าขัดต่อกฏหมาย ก็เชิญ พณ เจอรัลด์ ฟอร์ด อดีตประธานาธิบดี (พรรครีพับลิกัน) และ คุณชาย โรเบิร์ต รูบิน ( อตีตรัฐมนตรีคลังสมัยคนนิยมเด็กฝึกงานจาก พรรค เดโมเครต) มาเป็นกรรมการ มีทั้งรีพับลิกัน มีทั้งเดโมแครตมาอยู่ในคณะกรรมการ ยังมีปัญหาอีก ก็ให้รู้ไปซิ(วะ) และทั้ง 2 คนก็มาเป็นกรรมการ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาจะควบกัน แบบขัดต่อกฏหมาย

ในที่สุด การควบรวมก็สำเร็จ Citigroup เกิดขึ้น ปลายปี 1998 ตามกำหนด โดยทางการบอกว่า… เออ ทำได้ แต่ให้เวลา 2 ปี เพื่อ แยกธุรกิจทั้ง 2 ออกจากกัน ตามที่กฏหมายกำหนดนะ ฝ่ายควบรวมบอก …..ไม่มีปัญหา … เรามีทางออกอยู่แล้ว แต่จะออกทางเดียวกันกับที่ทางการต้องการหรือเปล่า ไม่รู้นะ

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
26 ก.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
นิทาน 096-25

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *