ป้ายปลอม ตอนจบ 1-2

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอนจบ 1/3

ตกลง ใครคือเหยื่อตัวใหญ่ หรือเป้าหมายจริงของวิกฤติซับไพรม์

ผมขอย้อนเรื่องเก่า พอคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพเก่า ก่อนที่จะนำมาต่อกับภาพใหม่ให้เห็นต่อเนื่องกัน

สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มมาจากความอยากเป็นผู้ครองโลก ของอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ที่นิ้วก้อยมันเพิ่งแตกไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ.2016 นี้เอง ประวัติศาสตร์สากลฉบับลุงนิทาน จะต้องจารึกไว้

อังกฤษ เชื่อนักในทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมือง geopolitics ของครูแมค Sir Halford Mackinder ตามทฤษฏีนั้น ครูแมคบอกว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบอย่างมาก จากสภาพที่ตั้งของประเทศทางภูมิศาสตร์ ทำให้ยากในการจะยกทัพเข้าไปรบเอาชนะได้

ด้วยแนวคิดของครูแมคแบบนี้ จึงทำให้ชาวเกาะนิ้วก้อยแตก มองรัสเซียเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ขวางคอการคิดครองโลกของตน และรัสเซียก็เลยได้รับตำแหน่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งตลอดกาลของชาวเกาะนิ้วก้อยแตกไปโดยไม่รู้ตัว

อีกประเทศคือ เยอรมัน ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาประเทศ จากที่ตามอังกฤษมาห่างๆ เผลอแผลบเดียว การพัฒนาของเยอรมันกระโดดใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว อีกคืบเดียวคงแซงได้ ทำเอาชาวเกาะนิ้วก้อยแตกตาเหลือก แถมเยอรมันยังมีแผนเตรียมสร้างทางรถไฟ สายเบอร์ลินแบกแดด ซึ่งเป็นเส้นทาง ที่จะไปสู่เหยื่อที่ชาวเกาะเล็งไว้คือ ตะวันออกกลาง ที่เต็มไปด้วยน้ำมัน…. น้ำมันเท่านั้น ที่สามารถจะทำให้กองทัพเรืออันยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก แต่ที่เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย มีแต่น้ำมันหมูเล็กน้อย กับถ่านหิน อย่างนี้กองทัพเรือของชาวเกาะนิ้วก้อยแตก มันจะโตอย่างใจได้ไงวะ

ชาวเกาะนิ้วก้อยแตก รู้ดี (อีก) ว่ามันจะทำสงครามกับศัตรูคู่แข่ง รัสเซีย และเยอรมัน พร้อมกัน 2 ประเทศไม่ได้ นอกจากไม่ได้ชัยชนะแล้ว อาจทำให้เกาะนิ้วก้อยของตัวเอง แหลกเป็นเศษกรวดอีกด้วย ชาวเกาะจึงวางแผนที่จะรบกับเยอรมัน แต่ส่งนักปฏิวัติ ไปให้รัสเซีย … มันโคตรช่างคิดจริงๆ

จากการวางแผนยุทธศาสตร์ ที่ล้ำลึกของชาวเกาะนิ้วก้อยแตกและพวก เยอรมันจึงพังไม่เป็นท่า โดยการถูกถล่มของสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนรัสเซีย ก็เละทางเศรษฐกิจและสังคม จากการเกิดปฏิวัติในประเทศช่วงปี ค.ศ.1917

ส่วนตะวันออกกลาง ที่ตกเป็นเหยื่อที่น่าสมเพช เพราะดันมีน้ำมันแยะ และเป็นสาเหตุจริงของการทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ถูกชาวเกาะนิ้วก้อยแตก จัดการตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ เหมือนขนมเค้ก เป็นรางวัลแก่คนคิดทำสงครามและคนช่วยทำสงคราม (สัญญา Sykes Picot 1916) และเรื่องที่ตะวันออกกลาง อาจจะเหลือแต่ปั้ม ไม่เหลือคน ส่วนหนึ่งก็มาจากการวางแผนแบ่งเค้กของไอ้เกาะนิ้วก้อยแตกนี่แหละครับ

ส่วนเรื่องมงกุฏราชกุมารองค์ไหนถูกยิง จนเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามโลก นั่นมันเป็นประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งมันเขียนหลอกเอาไว้ จะได้ไม่มีใครรู้ความจริงว่า มันทำสงครามโลกกันจนคนตายไปไม่รู้กี่ล้านนั้น สาเหตุมาจากความโลภ ความงก ที่จะแย่งน้ำมันกันเท่านั้นเอง เพราะน้ำมันกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการครองโลก

โฮ้ย… มันมีเรื่องอะไรจริงบ้างคะ คุณลุง…. ลุงถามแทนให้ เพราะลุงก็เห็นใจคนอ่าน มันคนละเรื่องกับที่เราเคยรู้เคยเรียนเกือบหมดเลย….จะทำไงดี ก็ถูกหลอกมาร้อยกว่าปีแล้ว….

มาถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นผลต่อเนื่อง มาจากความกระสันค้าง และตะกละค้างของไอ้ชาวเกาะนิ้วก้อย ที่ยังฝันค้าง หวังประโยชน์มาจากการทำสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่หลังสงคราม ผลประโยชน์ดันแบ่งกันไม่ลงตัว

ชาวเกาะนิ้วก้อยแตก คิดว่าตัวเองเป็นคนต้นคิดและวางแผนการทำสงครามโลก น่าจะได้รางวัล กินสมบัติส่วนใหญ่ของชาวบ้านให้เต็มปาก จะเอาทั้งตะวันออกกลาง และดินแดนของเยอรมัน (ในฐานะผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 1) ที่มีทรัพยากรมาก (ไอ้นิ้วก้อยนี่โคตรเลวจริง) …แต่ฝรั่งเศส และชาติอื่นๆไม่ยอม ด่าไอ้ชาวเกาะใหญ่ไม่เลิก….คนของกูก็ไปรบ ไปตายเหมือนกันนี่หว่า เอ็งจะคว้าพุงปลาไปกินอยู่คนเดียวได้ยังไง ตะกละและหน้าด้านไปหน่อยไหม…

ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เริ่มคิดว่า ถ้าเราไม่เข้าไปให้การสนับสนุนทั้งด้านทุน ด้านอาวุธยุทธภัณท์ ไม่ไปช่วยรบ ไอ้ชาวเกาะนิ้วก้อยมันก็ไม่มีทางชนะสงคราม แถมยังหมดตูดถังแตกอีกด้วย …. แล้วทำไม เราถึงจะ(ต้อง) ปล่อยให้ชาวเกาะถังแตกครองโลกต่อไป เกาะอเมริกา ใหญ่กว่าเกาะนิ้วก้อยแค่ไหน คิดดูเอาก็แล้วกัน

แต่อเมริกาจะโดดเข้าไปครองโลกแทนเกาะนิ้วก้อยทันที คงไม่เข้าท่า ทำใหญ่ แต่หมดตูด ..ไม่เอานะ น่าทุเรศ

อเมริกาประเมินแล้ว มันต้องใช้วิธี ค่อยๆตัด ค่อยๆตอน ไม่ให้ชาวโลกรู้ตัว ไม่ว่าจะอยู่คนละฝ่าย หรือฝ่ายเดียวกัน… แสบนะมึง

สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกส่วนหนึ่ง จึงมาจากความกระสันใหม่ และตะกละใหม่ ของกร่างใหม่อเมริกา

อเมริกาวางแผน(หลอก !) จับมือกับชาวเกาะถังแตก เล่นสงครามโลกมันอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายทำลายหมาก 2 ตัว เพื่อปูทางไว้สำหรับไปทำลาย ศัตรูอีก 2 ราย ก่อนที่อเมริกาจะขึ้นมาครองโลกเป็นพี่เบิ้มพระเอก

ขณะเดียวกัน อเมริกาวางแผนซ้อนอีกต่อ (ไอ้สันดาน) ให้ชาวเกาะถังแตกและพวกยุโรป เล่นสงครามโลกในเขตแดนตนเอง จนเละเทะล่มจมกันหมด และในที่สุดหมาก 2 ตัว เยอรมันและญี่ปุ่น ก็เป็นไปตามแผน หลุดจากเป็นตัวเอกของกระดานโลก

เยอรมัน ถูกทั้งตอนทั้งตัด เหลือสภาพเป็นอย่างที่ป้าตดแตกทำ เวลาได้รับคำสั่งจากพี่เบิ้มพระเอกเท่านั้น ส่วนญี่ปุ่น ซามูไรถูกริบ ไม่เหลือแม้แต่กองทัพของตัว ทำได้แต่คอยแแบกถาดบริการพี่เบิ้มพระเอก …..ที่ไม่บอบช้ำอะไรเลย เพราะตามแผน พระเอกจะออกรบ ก็เมื่ออังกฤษและยุโรปเละแล้ว

และที่สำคัญ พี่เบิ้มพระเอกเลือกทำสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง … นอกบ้านตัวเอง

แต่ครั้งที่ 3 นี่ มันจะเป็นอย่างนั้นอีกไหม….ผมไม่รู้ครับ

###############
ตอนจบ 2/3

การทำสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลายหมากสำคัญตามเป้าหมาย ไปได้ทั้ง 2 ตัว คือ เยอรมันกับญี่ปุ่น แต่ยังเหลืออีก 2 ตัวสำคัญ …

พี่เบิ้มพระเอก รู้ใจว่าชาวเกาะถังแตกยังมีกระดูกชิ้นใหญ่ขวางคอ …..เอางี้….เรามาจับมือทำลายรัสเซียกันดีกว่าน่า… อย่าเพิ่งกัด เอ้ย แตกกันเองเลย …..การสร้างสงครามเย็นจึงเกิดขึ้น (เรียกได้ไงวะ สงครามเย็น จริงๆ มันร้อนระอุ) เพื่อทุบให้สหภาพโซเวียตแตกในปี ค.ศ.1991 เอาส่วนหนึ่งที่แตก มารวมอยู่ในคอกยุโรป ร่วมกับเยอรมัน (หลอก) ให้ใช้วิธีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ (EU) และความมั่นคง (NATO) แบบเหมาโหล บี้ทีเดียวตายหมู่ ง่ายดีกว่าจะไล่บี้ทีละประเทศ (เลยมี Brexit คิดเอาตัวรอดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 3 จะมา….. ถึงจะนิ้วก้อยจะแตก แต่ก็ยังเก๋าอยู่โว้ย กูน่วมมา 2 สงครามโลกแล้ว…. หนที่ 3 นี่ ถ้ายังกระสัน ไม่เอาตัวรอด มีหวังจมหายทั้งเกาะ)

เหลือแต่รัสเซียเดี่ยวๆ จะรอดไปได้นานเท่าไหร่กัน แล้วอเมริกา ก็ส่งสงครามเล็กสงครามน้อยไปคอยกระตุกรัสเซียไม่ให้เดินสะดวก ถึงอย่างนั้น รัสเซียก็ฮึดสู้ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ในปี ค.ศ.1994 รัสเซียเสนอจับมือกับจีน เพื่อสร้างท่อส่งน้ำมัน จากไซบีเรียไปยังทางเหนือฝั่งตะวันออกของจีน….และมีแผนสร้างทางรถไฟทรานส์ไซบีเรีย ยาวมาถึงด้านทางเหนือของจีน เช่นเดียวกัน

ว่าที่ศัตรูอีก 1 โผล่มาแล้ว และมาแรง…

อังกฤษอยากได้จีนมากว่า 100 ปีแล้ว ลงทุนส่งเรือปืน สงครามฝิ่น เสี้ยมให้ญี่ปุ่นไปขยี้จีน สาระพัดจะทำ แล้วก็ได้ผล จีนน่วมจริง แต่ยังไม่ถึงกับเสียเมือง จีนประคองตัวมาได้ โดยใช้ระบอบการปกครอง ปิดบ้าน รักษาเมืองเอาไว้ได้

อเมริกาเอง ก็อยากได้จีน ประเทศใหญ่ที่อุดมด้วยแร่ธาตุสาระพัด อเมริกาเฝ้าตามดูยุทธศาสตร์ ของอังกฤษมาตลอด จะกินจีนแบบโฉ่งฉ่าง คงได้แต่เป็นของว่าง อาหารจานใหญ่ คงอดแดก จีนเล็กนักหรือ กินคำเดียว ไม่วางแผนให้ดีๆ ติดคอตายโหง

โอ้ยตาย…แค่รัสเซียเจ้าเดียว ก็ต้องใช้หลายแผนแล้ว …นี่มีไอ้ตาตี่ โตเร็วเหมือนไปฉีดยาโด๊ปมาอีกราย และมีที่ท่าว่าจะจี้จ๋าจับคู่กับรัสเซียอีกด้วย … แบบนี้ฝั่งอยากครองโลก ก็ต้องรีบปรับแผน (ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่)

การปรับแผนครองโลกแต่ละครั้ง มันต้องใช้เวลาเป็นหลาย 10 ปี ไม่เหมือนเปิดปิดไฟจราจรตามสี่แยกนะครับ ไม่ใช่เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวแดง ยิ่งใช่ระบบไอที ยิ่งง่ายใหญ่ กดปุ่มให้เครื่องมันจัดระบบกันเอง รถมันถึงได้ติดกันยาวทั้งเมือง สู้สมัยจราจรกางแขนโบกกลางถนนไม่ได้ ถึงรถติด ก็ยังได้ดูลีลาคุณจราจร เวลารถมันเฉี่ยวหน้าเฉี่ยวหลัง ใครที่ชอบด่าตำรวจ ผมขอเว้นพวกคุณจ่าจราจรรุ่นโบไว้หน่อยเถิด

อเมริกา เฝ้าดูจีนมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรู้สึกของอเมริกาที่มีต่อจีน น่าจะไม่ต่างกับความรู้สึกของชาวเกาะนิ้วก้อยแตก ที่มีต่อรัสเซีย

อังกฤษใช้เวลานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ยังทำลายรัสเซียไม่ได้จริง ได้แต่ทำให้สลายเป็นบางส่วน อเมริกาจึงคิดหนักเกี่ยวกับจีน ….ในที่สุด อเมริกาก็เลือกใช้ยุทธศาสตร์ในการทำลายจีน ทำนองเดียวกับที่อังกฤษใช้ในการทำลายรัสเซียสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ดัดแปลง ใส่เสื้อคลุมมันหลายชั้น จน (จีน) นึกไม่ถึง

ประเทศขนาดใหญ่อย่างจีน ประชากรแยะขนาดนี้ จะมียุทธศาสตร์อะไรเหมาะไปกว่าใช้วิธีทุบจีนจากข้างในให้น่วมก่อนที่จะบุกจากข้างนอก จีนไม่ได้เล็กเท่าเกาะญี่ปุ่นนะ…. นึกว่าส่งดอกเห็ดไปให้ดอก สองดอก อาเฮียจะทำเสียงเครือ ประกาศยอมแพ้หรือ … แบบนั้น…. ลืมไปได้เลยครับ

แน่นอน ก่อนทุบ อเมริกาก็ต้องสร้างเครื่องทุบที่ทันสมัยปกปิดรูปทรง จนคนถูกทุบแทบไม่รู้ตัว ทำให้ต้องกินน้ำใบบัวบกกันนานหน่อย

ท่านร้อกกี้หินร่วง ลงทุนส่งมิชชันนารี วายเอ็มซีเอ ตั้งมูลนิธิ ตั้งโรงเรียน ตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งโรงพยาบาล เข้าไปในจีน มากว่าร้อยปีแล้ว และที่เรารู้จากนิทานเรื่องนี้ อเมริกายังตั้งสำนักประกันภัย ที่กลายเป็นเครื่องมือทุบอันสำคัญยิ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นทั้งหน่วยสืบราชการลับ โรงฟอกย้อมความคิดคนจีน และเป็นเฟืองตัวใหญ่ในการทำธุรกิจ และสานสัมพันธ์ในจีน มาร้อยกว่าปี เช่นเดียวกัน

แต่จีนนั้น บริเวณใหญ่เหลือเกิน และพลเมืองมากกว่ารัสเซีย ไม่แน่ว่าทุบได้ง่ายอย่างที่วางแผนนะครับ … แต่ถ้ามีการวางแผนเลี้ยงหนอนใน ชนิดมีพิษ มีรากชอนไชเอาไว้ร่วมร้อยปี ก็น่าเป็นห่วงว่า จีนอาจจะน่วมเพราะหนอนใน ที่เขาปลูกฝังไว้นานนั่นแหละ….

ตามหลักยุทธศาสตร์ เขาว่า เวลาจะทุบใคร จุดที่ทุบได้ผลมากที่สุดคือ ทุบจุดอ่อนที่สุด

อเมริกาพยายามหาจุดอ่อนของจีนมานาน แต่ด้วยระบบการปกครองของจีน ก่อนช่วงจีนเปิดประตูบ้าน อเมริกาถึงจะหาเจอ ก็คงทำอะไรยาก เพราะประตูบ้านจีนยังปิดแน่น จนเมื่อจีนเปิดประตูบ้าน มุ่งหน้าค้าขาย เพื่อเอาเงินมาพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจของจีน ที่เจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งมา 3 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 จนถึง 2008 จึงเป็นทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนของจีน

จีนผลิตสินค้าราคาถูกส่งไปทั่วโลก ตลาดใหญ่ที่สุดคือ สหภาพยุโรป(21%) รองมาคืออเมริกา(18%) แต่ตลาดเอเซีย แม้เดี่ยวๆจะน้อยกว่า 2 รายแรก แต่ถ้านับรวมแล้ว ก็ร่วม 30 กว่าเปอร์เซนต์

เมื่อขายของได้มาก ได้เงินมาแยะ จีนก็เอามาพัฒนาประเทศส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็เอาไปซื้อพันบัตรของอเมริกา มาเก็บเอาไว้เหมือนกับเป็นกองทุนสำรองของตัว

แบบนี้ อเมริกาไม่ชอบนะ ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆ เครื่องมือทุบอาจจะเอาไม่อยู่ เลยต้องมีการทดสอบเครื่องมือทุบรุ่นแรกๆกันหน่อย

เริ่มแรก ต้องทำให้ตลาดจีนเล็กลงก่อน ตลาดไหนล่ะ ก็ตลาดเอเซียไง กำลังซ่าทั้งนั้น อย่างนี้ทุบมันส์…. ต้มยำกุ้งจึงเกิด ในปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) และลามไปทั่วเอเซีย กำลังซื้อจากเอเซียก็หดตามเป้าหมาย … เสือ 4,5 ตัว ก็นอนอ้าปากปะงาบ เขี้ยวหลุด… บางตัว ตอนนี้ยังไม่ฟื้นดี

ผลของการทดลองในเอเซีย นับได้ผลสำหรับอเมริการะดับหนึ่ง เพราะจีนก็สะอึกพรวดไปเหมือนกัน และไอ้เสือ 4,5 นั่นมันก็นอนพะงาบไปด้วย มันจะได้ผนึกกำลังกันไม่ติด รวยไม่ออก ต้องเป็นสมันน้อย เป็นลูกหาบให้พี่เบิ้มพระเอก ที่เขาคิดครองโลกไปตลอดไง เข้าใจไหม ทุบที่เดียวช้ำกันเรียงแถว …..ไม่เป็นไรน่า เราก็แค่เป็นส่วนประกอบของการทดลอง รับบท ที่เรียกสั้นๆ ว่า ” เหยื่อ” น่ะ แต่อย่าเป็นเหยื่อเขาบ่อยนัก ก็แล้วกัน

ส่วนจีนนั้น เลยยิ่งเพิ่มการเก็บกระดาษสีเขียวตรานกอินทรี กันเหนียวไว้ เผื่อจะโดนอีกรอบ อ้าว….แบบนี้อเมริกาก็ยิ่งต้องกลับมาเล่นเอาเถิดกับจีนต่ออีก แปลว่า ยังทุบไม่หนักพอใช่มั้ย ….จีนยังเงินเหลือแยะ

แถมช่วงนั้น จีนขยายอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ….จึงมีการ “สร้าง” ราคาน้ำมัน ให้ขึ้นไปเรื่อยๆ คราวนี้อาเฮียชักจะสะอึกจริง เพราะต้อง ไล่ซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางทุกราคา ที่ฝรั่งเป็นคนกำกับ เราจะเป็นเบี้ยล้างเขาไปตลอดหรือไงนะ …อาเฮียคิดหนัก

จีนจึงตกลงจับมือกับรัสเซีย…. สร้างท่อส่งน้ำมันมาด่วนเลยพี่ปู ….จะว่าไป ก็เหมือนอเมริกาเป็นพ่อสื่อ ให้รัสเซียกับจีน เขารักกันจั๋งหนับ อุ้ย จักกะจี้จัง ….เพราะรวมกันเราอาจสู้(มัน) ได้ แต่แยกกัน คงเหนื่อยนะพวก…

แบบนี้อเมริกา เลยปรับแผน (อีกรอบ) เล่นมันแรงทั้ง 2 ประเทศ

รัสเซีย มึงรบเก่งนัก เอาสงครามรอบบ้านไป ยุให้พวกเด็กๆ พรรคพวกเก่าของสหภาพโซเวียตแยกตัวบ้าง สร้างปฏิวัติหลากสีบ้าง เพราะเรื่องสหภาพโซเวียตล่มสลายนี่ เป็นจุดอ่อนของรัสเซีย เทน้ำกรดราดแผล ซ้ำมันไปเรื่อยๆ รัสเซียจะทนไหวไหม ลามมาล่อให้ไปตกหลุมแถวซีเรียอีกด้วย นี่ยังจะเอาตุรกี อิรัคมาล่ออีก อย่าลืมอิหร่านหมากสำคัญ ฝ่ายไหนเอาไปอม ก็ได้เปรียบแยะ

ส่วนจีน ก็ต้องเจอเรื่องเศรษฐกิจและสังคม ทุบทั้งข้างนอกและข้างใน

ปี ค.ศ.1990 จีนเปิดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เปิดได้แค่ 2 ปี AIG ถลากลับบ้านเก่าที่เซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.1992 พูดเสีย(น้ำลายไหล) หยดย้อย … เรากลับบ้านแล้ว มาต้มพวกมึงต่อไง 55

ก่อนกลับบ้านเซี่ยงไฮ้ ไม่กี่ปีก่อนตลาดหุ้นเปิด ปี ค.ศ.1987 AIG แอบไปเปิด AIGFP ดักรอไว้แล้ว แหม… ก็นั่งกินแฮมเบอร์เก้ออยู่กลางเซี่ยงไฮ้ จะไม่รู้ความเคลื่อนไหวหรือว่าเขาจะทำอะไรกัน … ไม่ต้องทำอะไรมาก เตรียมหาหม้อใบใหญ่ ใส่น้ำ เอาขึ้นตั้งเตา รอต้ม … เหยื่อตัวใหญ่ ในบ้านเขาเอง….

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
1 ส.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 096-31-1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *