นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 6 ตกลง Bear Stearns จำใจต้องรับราคา 2 เหรียญต่อหุ้น ถูกยิ่งกว่าพิซซ่า ถาดเล็ก เหตุผลแรก เพราะ Bear Stearns ไม่ต้องการให้พนักงานเกือบ 15,000 คนของตนและครอบครัวพนักงานเดือดร้อน เหตุผลต่อมา Bear Stearns อาจกลับมาถือสุภาษิตเก่า กำขี้ น่าจะยังดีกว่ากำลมผาย เพราะถ้าล้มละลาย อาจจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ในใจของคนทำงานที่ Bear Stearns ไม่ได้จบแค่นั้น Sam Molinaro ผู้อำนวยการด้านการเงินของ Bear ที่อยู่ในวงการนี้มานาน และมีจมูกไวกว่าคนทั่วไป ก็มีเรื่องเล่าให้ฟัง จากมุมของ Bear Stearns “….เมื่อตอนเดือนสิงหาคม ของปี ค.ศ.2007 มีข่าวว่ากองทุนเห็ดฟันของ Bear 2 กอง ที่ลงทุนมหาศาลกับตราสารข้าวต้มมัด CDO ทำท่าจะเน่า และ Bear อาจจะต้องควักทุนถึง Read More …
Month: July 2016
ป้ายปลอม ตอนที่ 5
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 5 เวลาสถาบันการเงินออกอาการร่อแร่อย่างนี้ คนที่ไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่มักขยับตัวก่อน ก็คือ พวกคนฝากเงิน กับสถาบันการเงินที่ออกอาการอย่างนั้น รายการนี้ก็ไม่ต่างกัน คนที่ไม่ได้ไปเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน หรือซื้อตราสารข้าวต้มมัด แต่ฝากเงินกับธนาคาร ที่ให้ลงทุนในข้าวต้มมัดมากๆ ก็ชักเสียว เดี๋ยวเงินฝากสูญ อุตส่าห์เม้มเงินเมียไปฝาก อย่างนี้เรารีบไปถอนเงินออกมาซ่อนในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม ยังเสี่ยงน้อยกว่า…. เมียเจอ ก็แค่ก้มลงกราบ… ดีกว่าสูญไปกับไอ้พวกใส่สูทแถววอลสตรีท เมื่อมีคนเสียวกันมากขึ้น การถอนเงินฝากจากสถาบันการเงินทั่วอเมริกา ก็เหมือนเป็นโรคติดต่อ เงินฝากพากันไหลโกรก เหมือนท่อประปาแตกเพราะโดดสิบล้อทับ วันพฤหัสที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2008 ผู้บริหาร Bear Stearns อินเวสต์เมนท์แบงค์ ใหญ่อันดับ 5 ของอเมริกา พากันกุมขมับ เมื่อรู้ว่าเงิดสดทั้งหมดในเก๊ะของธนาคาร ใกล้จะเกลี้ยง เหลือไม่ถึง 3,000 ล้านเหรียญ มันไม่พอให้แบงค์เปิดทำการในวันศุกร์แน่นอน (Investment bank เป็นธนาคารประเภทที่ทำธุรกิจ ให้บริการด้านการเงินต่างๆ เช่น ให้คำแนะนำ รับจัดหาเงินทุน โดยการเพิ่มทุน Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 4
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 4 อเมริกาเริ่มเล่นกลเกมการเงิน เกี่ยวกับการออกตราสาร ที่ใช้สัญญาจำนองบ้านเป็นตัวหนุน ตั้งแต่ประมาณปี คศ 1995 แล้ว ….ไม่รู้ว่าเป็นวิธีการ ที่แสนฉลาด โคตรตะกละ หรือมันเป็นการต้มเปื่อย ชนิดใช้หมอตุ๋นขนาดใหญ่ตรานกอินทรี ?!? เริ่มตั้งแต่ให้เจ้า Fannie May และเจ้า Freddie Mac ซึ่งเป็นเหมือนธนาคารอาคารสงเคราะห์ของอเมริกา ปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน แบบไม่ต้องวางเงินดาวน์ การตรวจสอบเครดิตคนกู้ ก็ใช้จ้างบริษัทข้างนอกธนาคารทำ ประเภทใช้โปรแกรม กรอกข้อมูลเข้าไปในเครื่อง กดปุ๊บ เครื่องก็จะบอกเองว่า คนขอกู้สอบผ่านหรือไม่ผ่าน และส่วนใหญ่ก็ผ่าน เพราะเครื่องมันตั้งโปรแกรมไว้อย่างนั้น การหนุนให้คนอเมริกัน แห่กันไปกู้ซื้อบ้านแบบนั้น ดูเหมือนดี เพราะเป็นการช่วยให้ประชาชนมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง การกู้ ขยายตัวมากขึ้น เมื่อรัฐบาลคาวบอยบุชประกาศให้เป็นนโยบายสำคัญของชาติ ในการ “สร้างขวัญและกำลังใจ” ให้กับคนอเมริกัน ในช่วงปลายปี ค.ศ.2001 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ 911 คาวบอยบอกว่า เราจะปล่อยให้เศรษฐกิจอเมริกาเหี่ยวเป็นเต้าหู้ตากแห้ง เหมือนหน้าตาคนอเมริกัน (ตอนนั้น) ไม่ได้นะ Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 3
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 3 Securitization หรือการขายลม(ผาย) ของที่กำไม่ได้ มีแต่กลิ่น เป็นวิวัฒนาการทางการเงิน ซึ่งแพร่หลายในอเมริกามานานแล้ว แต่มาโด่งดังเป็นที่รู้จักกล่าวถึงในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ขบวนการดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่กลับซ่อนเงื่อนตาย(ทั้งเป็น) เอาไว้แยะมาก สำหรับวิกฤติซับไพรม์ ที่ทำให้เศรษฐกิจอเมริกา และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เซถลาล้มหัวทิ่มกันเป็นแถวนั้น เริ่มต้นจากการกระตุ้นให้มีคนอยากซื้อบ้าน จะเป็นเพราะไม่มีบ้านอยู่ หรือจะซื้อไว้ทำกำไร หรือเอาไว้ทำอะไรก็ได้ ขอให้มีความ “อยาก” ซื้อบ้านเกิดขึ้นก็แล้วกัน เพราะขบวนการนี้ เขากะเวลาสร้างให้เกิด ตอนราคาบ้านเพิ่งเริ่มขึ้นเป็นฟองเล็กน้อย ก่อนที่จะแตกเป็นฟองแฟด ขั้นตอนต่อมา คนอยากซื้อบ้านก็ไปหาธนาคาร ซึ่งในอเมริกา มีธนาคารที่พร้อมจะให้กู้แบบนี้เกือบทุกหัวมุมถนน ธนาคารบางแห่งที่จะให้กู้ ไม่ได้ดูบ้านที่จะซื้อ หรือเครดิตของคนกู้เลยสักนิด คนกู้ประเภทคุณนิน่า Nina (no income no assets ไม่มีรายได้ ไม่มีทรัพย์สิน)ก็ยังให้กู้เลย …มันเป็นไปได้หรือลุง… ลุงโม้หรือเปล่า ลุงไม่ได้โม้…. มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และเป็นไปแล้ว ….เพราะมันเป็นขบวนการขายลม (ผาย) ไงครับ ธนาคารที่ให้กู้ ก็แค่จับมือคุณนิน่า Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 2
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 2 วิกฤติซับไพรม์ของอเมริกา หรือความหายนะทางเศรษฐกิจ และการเงินของอเมริกา เริ่มมาจากการที่บรรดาธนาคารทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก ต่างปล่อยเงินกู้สำหรับซื้อบ้าน โดยเอาบ้านที่ซื้อ จำนองเป็นประกันการกู้ ในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของอเมริกากำลังเฟื่องฟูสมัย ค.ศ.2000 ต้นๆ มันเป็นการให้เงินกู้แบบ ตะกละ และมั่ว ฯลฯ จนทำให้ธุรกิจการเงินของอเมริกาเกิดอาการไข้รุมๆ อย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 แต่รัฐบาลคาวบอยบุช และบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้เงิน การรับจำนองบ้าน ต่างไม่สนใจอาการไข้ที่ออกจะเห็นชัดนั้น ทำไมถึงไม่มีใครสนใจอาการไข้นั้น ไม่ว่าฝ่ายรัฐ ฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายวิชาการ ฯลฯ หรือวัดไข้กันไม่เป็น โง่ขนาดนั้นเชียวหรือ หรือเพราะความอยากได้กำไรกองโต มันปิดหูปิดตา หรือถูกสั่งให้ตีลูกโง่ดีกว่า หรือมันมาจากอะไร…. กลางปี ค.ศ.2007 ไข้การเงินขึ้นสูง ความร้อนเกือบทะลุปรอท …. การผิดนัดชำระหนี้ผ่อนส่งบ้านเริ่มสูงขึ้น ผู้ให้กู้เริ่มหงุดหงิด และฝ่ายทนายเริ่มงานชุก ทนายของดอยซ์แบงค์ Deutsche Bank เกือบตกเก้าอี้ เมื่อผู้พิพากษาของรัฐโอโฮโอ มีคำพิพากษาว่า ธนาคารไม่มีสิทธิตามกฏหมาย ที่จะบังคับจำนอง ยึดบ้านลูกหนี้ Read More …
ป้ายปลอม ตอนที่ 1
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม” ตอน 1 อาทิตยา หนุ่มอินเดีย ที่ไปตั้งรกรากอยู่เมืองฝรั่ง เขียนบทความเกี่ยวกับการขับไล่ผู้เช่า ให้ออกจากบ้านเช่า เพราะค้างค่าเช่าที่รัฐมิลวอกกี Milwaukee ลงใน the Guardian สื่อของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ (ที่แตกแล้ว?) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.2016 บทความ ชื่อ ” One day, nine cruel evictions. How supersized inequallity looks in the US” ของ Aditya Chakrabortty เป็นบทความที่ทำให้เราได้เห็นภาพ ที่สะท้อนถึงความโหดของอเมริกา หรือ ของมือที่ชักใยรัฐบาลอเมริกา อย่างน่าสนใจ อาทิตยา เล่าตอนหนึ่งว่า … มันเป็นการขับไล่ผู้เช่า ที่บริษัท Eagle Moving (ช่างเลือกชื่อจริง) รับจ้างมาทำ …วันนั้น Read More …