ป้ายปลอม ตอนที่ 22

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอน 22

ประวัติชีวิตของ Starr ช่วงก่อนมาจีน ค่อนข้างจะคลุมเครือ ค้นไปตรงไหน ก็เจอแต่ความเป็นผู้ประสพความสำเร็จอย่างสูงส่ง ที่ไปตั้งบริษัทประกันภัยใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองจีนได้ และยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทำเอาเจ้าพ่อประกันของอังกฤษ หน้าแหก หลบเข้าหลังฉากกันหมด นึกว่าพูดภาษาอังกฤษด้วยกัน จะไม่กัดกัน ลับหลังมันก็มีกัดกันเองหวงกระดูกเป็นธรรมดา ต่อหน้าชาวบ้านก็ทำเป็นกอดกัน หอมแก้มซ้ายขวา อย่าไปเชื่อที่มันแสดงกันมากนักนะครับ

หนุ่ม Starr มีภาพชีวิตตอนเด็กที่ลำบาก พ่อตายตั้งแต่เขาอายุแค่ 2 ขวบ และยังมีน้องอีก 2 คน (ไม่รู้พ่อเดียวกันหรือเปล่า?) แม่ต้องเอาบ้านเป็นหอพักหารายได้ สลับกับการไปขายเหล้าในร้านเหล้า ที่อยู่ใกล้กับเขตของพวกตัดไม้ Starr จึงไม่ชอบพูดเรื่องวัยเด็ก และแม้เมื่อเขารวยแล้วจะส่งเงินมาช่วยแม่และน้อง แต่เมื่อเป็นมหาเศรษฐี เขาตั้งทุนมากมายไปทั่วโลก แต่เขาไม่เคยตั้งทุนในชื่อแม่ หรือครอบครัว อย่างที่มหาเศรษฐีอื่นชอบทำกัน แต่เขาตั้งมูลนิธิ Starr Foundation ในปี ค.ศ.1955 และมูลนิธินี้ คือเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ AIG ยักษ์ประกันภัย ตัวใหญที่สุดในโลก นั่นเอง

พออายุ 12 ปี Starr ก็เลิกเรียนหนังสือ ไปรับจ้างมวนซิการ์ ไปกวาดพื้น และไปเป็นภารโรงในโบสถ์ของพวกแบบติสท์ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนอีก แต่ เขาเคยบอกว่า เขาเรียนกฏหมายด้วยตัวเอง ด้วยการไปติวกับทนาย 1 ปี แล้วก็ไปสอบได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัยแถวแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นก็ไปเปิดร้านขายไอติม เก็บเงินได้ก้อนนึงก็เอาไปซื้อรถ ซื้อรถมาแล้ว ก็นึกออกว่า น่าจะทำอาชีพขายประกันรถดีกว่า ทำอยู่ได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนใจไปเป็นทหาร เพราะสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มแล้ว

Starr คิดว่า เป็นทหารแล้ว กองทัพจะส่งตัวไปรบที่ยุโรป แต่เขาไม่ได้ไปไหน เลยหารายได้ด้วยการรับจ้างเอาเสื้อผ้าทหารไปซัก ได้เงินไม่น้อย หลังจากปลดประจำการในปี 1919 Starr ก็เลยโดดลงเรือ ไปทางตะวันออก

Starr นั่งเรือไปถึงโยโกฮามา โดยเป็นสมัครเป็นลูกจ้างของเรือที่เขาโดยสารไป ซึ่งเป็นของ Pacific Mails S S Co ที่เจ้าของ คือ American International Corporation (AIC) ซึ่งตั้งขึ้นโดยกลุ่มนายทุนอเมริกัน เจ้าของอุตสาหกรรมใหญ่ในอเมริกา กับพวกวอลสตรีท เพื่อเตรียมตัว ไปปล้นรัสเซียในช่วงปฏิวัติเลนิน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิทานเรื่อง ต้มข้ามศตวรรษ ครับ) เพราะฉนั้นเขาน่าจะมีเงินมากกว่า 300 เย็น ไม่ใช่อย่างที่คุณวิกิให้ข้อมูล

หลังจากนั้น หนุ่ม Starr ก็มุ่งหน้าต่อไปเซี่ยงไฮ้ เหมือนรู้ว่า อเมริกามีแผนการใหญ่รออยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่ง Starr บอกว่า เขาเข้ากับคนที่นั่นได้อย่างง่ายดายไม่ว่าหญิง หรือชาย ชนิดที่ถ้าบอกขายอะไร ทุกคนก็คงซื้อหมด … ทำไมใครๆ ถึงเชื่อใจ หรือฝีปากไอ้หนุ่มที่อายุยังไม่ถึง 30 ง่ายๆอย่างนั้น

มาถึงตรงนี้ประวัติของ Starr ก็ยังพร่ามั่ว แล้วเรื่องที่ทำงานกับ OSS ล่ะ ชัดเจนแค่ไหน

มีบทความที่ลงใน Los Angeles Times เมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.2000 ชื่อ The Secret (Insurance) Agent Men เขียนโดย Mark Fritz ซึ่งเป็นนักเขียนประจำของ Times เล่าเรื่องเกี่ยวกับ คนขายประกันเล่นบทสายลับ….

“… พวกเขารู้หมด ว่าโรงงานไหนต้องเผา สะพานไหนต้องระเบิด เรือบรรทุกลำไหนต้องจม พวกเขารู้ว่าถนนที่จะต้องใช้ในการบุกเข้าเมือง มีหลุมตรงไหนบ้าง และตรวจสอบว่า เส้นไหนจะถูกขวางด้วยอะไร.. พวกเขาไม่ใช่สายลับธรรมดา พวกเขาเป็นตัวแทนขายประกัน ที่ทำหน้าที่สายลับ…

พวกเขาใช้การขายประกันออกหน้า เพื่อไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโรงงาน แหล่งทำเงิน ถนนหนทาง ฯลฯ เพื่อหาทางโค่นล้ม ฮิตเลอร์และพวกให้ได้….”

L A Times เอาข้อมูลมาจากเอกสารลับ ของทางราชการ ที่ declassifed (ถึงกำหนดที่จะต้องเปิดเผยแก่ประชาชน ) เมื่อปี ค.ศ.1999 ซึ่งบอกถึงเรื่องราวของหน่วยสายลับขายประกัน และการทำงานของหน่วย OSS ที่เป็นต้นกำเนิด ของซีไอเอ

“……พวกเขามีจำนวนไม่มาก แต่เขาตามการเก็บข้อมูลของฝ่ายศัตรู จากวงการธุรกิจประกันภัยนั่นแหละ พวกเขามีแม้กระทั่งพิมพ์เขียวของโรงงานที่จะต้องถูกบอมบ์ ตารางน้ำขึ้นลง และข้อมูลเป็นพันๆรายการ ตั้งแต่โรงเบียร์ ในกรุงเทพฯ จนถึงถึงโรงงานผลิตลูกกวาดที่เบอร์กดอฟ

พวกเขาใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัย…เป็นอาวุธสงคราม…..”

บทความของ LA Times บอกว่าหัวหน้าสายลับขายประกัน ก็คือคุณ Starr ผู้ลึกลับนั่นเอง ซึ่งประสานงานใกล้ชิดกับ คุณ Bill Donovan หัวหน้าหน่วย OSS ที่โด่งดังมากในช่วง ก่อน และ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณโดโนแวนนี่ เคยมาเป็นทูตอเมริกัน อยู่บ้านเราพักหนึ่ง (อ่านเรื่องของเขาได้ในนิทานเรื่องแรกของผม จิ๊กโก๋ปากซอยครับ)

ไม่รู้เป็นมันเป็นความคิดของใคร ในการใช้คนขายประกันเป็นสายลับ แต่ผมว่า คนคิดมันเก่งจริง ผมยอมรับ

ผมยังไม่อยากปักใจว่าเป็นความคิดของใคร เลยขุดต่อไปอีกหน่อย

ผมไปเจอประวัติของ Clement J Smith ซึ่งแต่งงานกับ Helen Bruce Cleveland ในปี ค.ศ.1919 ทั้งคู่เจอกันที่ไซบีเรีย เพราะต่างก็ไปทำงานกาชาดที่รัสเซีย หลังจากแต่งงาน คู่บ่าวสาวตั้งใจจะตั้งบ้านอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งคู่อยู่แถวตะวันออกมา 18 ปี เพิ่งย้ายกลับมาซานฟรานซิสโกในปี ค.ศ.1938 Smith มีตำแหน่งเป็น ประธานของ American International Underwriters ซึ่งอยู่ในเครือของ AAU และเป็นเพื่อนสนิทของ Starr ตั้งแต่สมัยอยู่เซี่ยงไฮ้

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นผู้ชำนาญด้านจีน ที่ คุณ Bill Donovan หัวหน้าสำนักงาน OSS เลือกตัวเอาไปทำงาน

พวกสอนศาสนา มิชชันนารี สมาคม YMCA พวกpeace corps ก็เป็นตัวอย่างของซอฟพาวเวอร์ ที่อเมริกาชอบใช้ และใช้ได้เก่ง ให้เข้าไปแทรกในสังคมต่างชาติได้อย่างแนบเนียน ในขณะที่การทำงานของหน่วยข่าวกรองอย่างซีไอเอ ยังไม่เกิดขึ้น และแม้จะเกิดแล้ว ก็ยังต้องใช้เสื้อคลุมอื่นใส่ทับ … แต่ใครจะนึกว่า มันใช้พวกขายประกันด้วย … หรือตั้งบริษัทประกันเตรียมไว้เพื่อใช้งานเพราะรู้ว่าสงครามจะมา?!

ในนิทานป้ายลวง เรารู้ฤทธิ์ของสำนักงานตรวจสอบบัญชี ที่ได้ข้อมูลสำคัญของเป้าหมายไปแล้ว …นิทานป้ายปลอม ก็ทำให้เห็นว่า มัน”สร้าง” อย่างอื่นปลอมตัวเพิ่มขึ้นมาอีกมาก เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมาย…

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
23 ก.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 096-222

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *