ป้ายปลอม ตอนที่ 9

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอน 9

เห็ดฟันรายที่ 2 จากชิคาโก เป็นกลุ่มเห็ดฟัน ที่ใช้ชื่อว่า S.A.C. Capital Advisors ซึ่ง Steven A Cohen ตั้งขึ้น

รายนี้น่าสนใจทีเดียว Steven A Cohen มาจากครอบครัวยิวในนิวยอร์ค พ่อเป็นเจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้า แม่เป็นครูสอนเปียนโน มีพี่น้อง 7 คน แต่ร้านตัดเสื้อคงกิจการดี Cohen เรียนจบจาก Wharton School ของมหาวิทยาลัย Pennsylvania ในปี ค.ศ.1978

เรียนจบปั๊บ ก็ไปทำงานเป็นจูเนียร์เทรดเดอร์ที่ Gruntal & Co ทำอยู่ถึงปี ค.ศ.1992 ก็ออกมาตั้งบริษัท SAC Capital Partners ด้วยทุน 20 ล้านเหรียญ ของตัวเอง แม่เจ้าโว้ย ไม่รู้เอาเงินมาจากไหน กิจการตัดเสื้อของพ่อดี หรือย่าให้ หรือทำงานแค่ 14 ปี มีเงินเก็บมาลงทุน 20 ล้านเหรียญ เท่ากับ 600 ล้านบาทนะครับ … ลุงนิทาน ทำงาน 40 ปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย (ขาดไป 599.9 ล้านบาท ฮา)

ปัจจุบัน SAC บริหารทรัพย์สินประมาณ 14,000 ล้านเหรียญ และ Cohen ได้รับการยกย่องจาก Forbes ให้เป็นคนรวยอันดับที่ 35 ของอเมริกา

กิจการของนาย Cohen คงดีจริงๆ ปี ค.ศ.2013 จึงถูก กลต. ของอเมริกา (SEC) ตรวจสอบ ผลการสอบสวนปรากฏว่า มีความผิดหลายกระทง เช่นใช้ข้อมูลภายในหากำไรโดยไม่ชอบ (insider trading) สรุปว่าพนักงาน SAC โดนคดี ไป 8 คน และระดับหัวหน้าคนหนึ่งเจอโทษคุก 9 ปี แต่ตัวนาย Cohen คงเส้นแข็ง อย่างกับหิน จึงรอดไปได้….. ส่วนบริษัท SAC สารภาพผิด และเจรจาจ่ายค่าปรับให้กับทางการไปแค่ 1,200 พันล้านเหรียญ สามหมื่นกว่าล้านบาท …. จิ๊บจ๊อยมาก สำหรับคนย่ารวย กับโดนข้อห้ามบริหารกองทุนให้บุคคลภายนอก

นาย Cohen บอกไม่มีปัญหา…. แล้วเขาก็ตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาทันที ชื่อ Point72 เปลี่ยนเป็นบริหารกองทุนประเภทของครอบครัวแทน โดยมีพนักงานประมาณ 1,000 คน แน่จริงๆ พี่

เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่ให้โดนจับอีก นายCohen จ้าง Kevin J O’Connor อดีตอัยการใหญ่ของรัฐคอนเนคติคัต มาเป็นที่ปรึกษากฏหมายให้บริษัท และตั้งหน่วยงานพิเศษ โดยจ้างอดีต ซีไอเอ เอฟบีไอ และเจ้าหน้าที่ของ SEC มาคอยช่วยตรวจดูการทำงานของเทรดเดอร์ของเขา ..เอาแบบว่า คราวนี้ ทำยังไงก็ไม่มีวันโดนข้อหา โดนจับก็แล้วกัน

แค่นั้นคงยังไม่อุ่นใจพอ สงสัยเรื่องน่าเสียวไส้คงมีให้ทำแยะ เจ้า Cohen เลยไปจับมือกับ บริษัท Palantir Technologies Inc ให้สร้างระบบ software พิเศษ สำหรับการทำงานของบริษัทด้วย และ เจ้า Cohen ยังไปซื้อตัว ผู้บริหารระดับสูงของ IBM มาเป็น หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ เสียด้วย …อย่างนี้ต้องเรียกว่า แน่จริง หรือ เอาจริง นี่มันตั้งกองทุน หรือ ตั้งกระทรวงกันแน่ ท่าทางจะรับงานใหญ่มาก..

Palantir เป็นชื่อที่ มาจากหนังสือ Lord of the Rings ของ J R R Tolkien หมายถึง “seeing stones” มองเห็นก้อนหิน … มันช่างตั้งชื่อจริงนะ

Palantir ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2004 (ช่วงบูมของ MBS, CDO ช่างเลือกเวลาจริง) โดย Peter Thiel, Joe Lonsdale, Alex Karp, Steven A Cohen และ Nathan Gettings มีคนทำงาน 1,500 คน

Palantir เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการสร้างซอฟแวร์ สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล มีลูกค้ารายแรก เป็นหน่วยงานของรัฐทางด้านงานข่าวกรอง แปลว่าตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานให้รัฐ หรือคนของรัฐ … แบบทำงานนอกระบบ??

ซอฟแวร์ ของ Palantir ที่โด่งดังมาก มีอยู่ 2 โครงการ

โครงการแรก คือ Palantir Gotham (ผมยอมมัน ไอ้พวกนี้มันช่างตั้งชื่อ) สำหรับให้หน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาลอเมริกัน ใช้ในการติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับการก่อการร้าย กิจกรรมที่อาจกระทบความมั่นคงและ กิจการสงคราม (Warfare Monitor) การฉ้อโกง รวมทั้งติดตามเกี่ยวกับการปฏิบัติการด้านจิตวิทยา

โครงการที่ 2 คือ Palantir Metropolis สำหรับพวกสถาบันการเงิน กองทุน เห็ดฟันใช้ในการวิเคราะห์…. วิเคราะห์อะไรบ้างไม่รู้ ข้อมูลเขาให้ไว้แค่นั้น

รายได้ของ Palantir ถ้าจะมีแยะ บริษัทเลยยกเลิกแผนการตอนแรก ที่จะระดมเงินทุนจากประชาชน (IPO) หรือกลัวผู้ถือหุ้นที่เป็นประชาชนจะรู้มากไป…

ปี ค.ศ.2014 บริษัท มีทรัพย์สินมูลค่า 9,000 ล้านเหรียญ Forbes ยกให้เป็นบริษัทเอกชนทางด้านเทคโนโลยี ที่มีมูลค่าสูงที่สุด

ปลายปี ค.ศ.2014 บริษัทแยกกองทุนจากเอกชน เป็นหลายกองทุน กองทุนที่สดุดตา ชื่อ In-Q-Tel ซึ่งเป็น เครือข่ายของซีไอเอ

ปี ค.ศ.2013 วารสาร TechCrunch เปิดเผยว่า ลูกค้าของ Palantir ณ ปี 2013 มีอย่างน้อย 12 กลุ่ม ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรวมถึง CIA, DHS, NSA, FBI, CDC, Marine Corps, Air Force, Special Operation Command ฯลฯ และ CIA กับ FBI ถึงกับ เชื่อมฐานระบบของตัวเข้า กับ Palantirด้วย

ปี ค.ศ.2010 หุ้นส่วนของ Palantir ชื่อ Information Warfare Monitor เปิดเผยว่า พวกเขาใช้ software ของ Palantir ในการติดตามและเข้าไปในระบบ Ghostnet และ Shadow Network ได้

Ghostnet คือระบบจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ ที่ถูกอ้างว่ามีฐานอยู่ที่จีน ที่มีเป้าหมายการเจาะถึง 1,295 เครือข่าย ใน 103 ประเทศ รวมทั้งทีสำนักทำการของดาไลลามะ และคอมพิวเตอร์ของ นาโต้ และสถานทูตต่างๆ

ส่วน Shadow Network ซึ่งก็ถูกอ้างว่ามีฐานอยู่ที่จีน มีเป้าหมายการจารกรรมข้อมูล จากหน่วยงานความมั่นคงของอินเดีย และหน่วยงานของทหาร รวมทั้งฐานทัพทั้งหลาย ทำการขโมยเอกสาร เกี่ยวกับความมั่นคงของอินเดีย สถานทูตต่างๆ และกองทัพของนาโต้ ที่อยู่ในอาฟกานิสถาน

เหมือนอเมริกาจะบอกว่า จีนแฮ็กเข้าไปในระบบของใครบ้าง แต่อเมริกาก็ตามตูดจีนไปได้ตลอด เหมือนเงา และรู้ว่าจีนได้อะไรไป เกทับกันน่าดู

ล่าสุด Palatir เพิ่งหาทุนเพิ่มอีก 880 ล้านเหรียญ โดยเพิ่งยื่นข้อมูลแจ้งกับ SEC ของอเมริกา เมื่อปลายเดือนธันวาคม ปี 2015 บริษัทตั้งเป้าว่าจะต้องหาทุนรอบนี้ ให้ได้ถึง 2,000 ล้านเหรียญ ก็ไม่มากนะ แค่ 6 หมื่นล้านบาทเอง บริษัทคิดสร้าง ซอฟแวร์ จะเอาเงิน 6 หมื่นล้านบาทไปทำอะไรดีครับ

บริษัทบอกว่า เอาไปสร้างระบบรวบรวมข้อมูล เรียกว่า big data สำหรับเอาไว้วิเคราะห์(แม่มมัน)ทุกอย่าง ตั้งแต่ด้านความมั่นคง จนถึงด้านโกง (defense to fraud) ผมอ่านแล้วก็ไม่แน่ใจ ว่า มันจะวิเคราะห์ป้องกันไม่ให้คนอื่นเขาทำ หรือวิเคราะห์เพื่อเอาไว้ทำกับคนอื่น

และผู้ที่ร่วมลงทุนครั้งนี้ ก็แน่นอน มี In-Q-Tel ของซีไอเอร่วมอยู่ด้วยอย่างเคย

ตกลงไอ้เรื่องป้ายปลอมนี่ มันจะไม่ใช่แค่เรื่องอาการป่วย ทางธุรกิจการเงินและเศรษฐกิจ ของอเมริกาแล้วสินะ …หรือผมจะอ้อมไกลไป…. ไม่นะ มันคล้ายจะเชื่อมโยงกันทั้งนั้น

ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง ให้ช่วยกันดู

เรื่องของ Palantir ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องน่าสนใจอีกแยะ ท่านใดอยากจะรู้ต่อ ก็กดกูเกิล ชื่อบริษัทนี้เข้าไปอ่านเลยนะครับ ข้อมูลยาวเหยียด

ยังไม่ได้เล่าถึงบุคคลสำคัญที่เป็นหัวหอกในการจัดตั้ง Palantir และเป็นหุ้นส่วนใหญ่

เขาชื่อ Peter Andreas Thiel เกิดเมื่อปี ค.ศ.1967 พ่อแม่เป็นชาวเยอรมัน พ่อเป็นวิศวกรเคมี อาชีพสุดโปรดของท่านร้อกกี้หินร่วง Thiel ย้ายมาอยู่อเมริกาพร้อมกับพ่อแม่ เมื่อเขาอายุขวบเดียว เป็นเด็กเก่งฉิบหาย เป็นแชมป์หมากรุกรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ของอเมริกา

Thiel เรียนจบทางปรัชญาจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และก็เรียนกฏหมายต่อ ปี 1998 เขาร่วมคิดระบบการจ่ายเงินออนไลน์ PayPal และต่อมา ก็ขายระบบไปให้ eBay ในปี 2002 รวยเละไปเลย

Thiel ยังทำอะไรอีกแยะ รวมทั้งร่วมลงทุน และเป็นที่ปรึกษา ให้กับ facebook พอเห็นเค้าอะไรไหมครับ (ไม่ต้องมายุ่งกับผมเลยนะมึง) เล่าหมดไม่ไหวครับ …ไอ้หมอนี่มันขยันจัง แต่ผมว่า ไอ้หมอนี่มันกำลังเดินตามรอยตีนของท่านหินร่วง จะเดินเอง หรือมีเชือกจูงก็ไม่แน่ใจ โดยการตั้งกองทุน สะสมเด็กจีเนียส ฯลฯ และ ยังจัดอีเวนท์อีกด้วย ทันสมัยมาก ชื่อ Palantir Night Live event โดยเชิญตัวเด็ด ดังๆ ทางด้านงานข่าวกรอง และไอที มาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้กัน

แขกรับเชิญที่ผ่านมาเช่น Garry Kasparov แชมป์หมากรุกชาวรัสเซียอาเซอร์ไบจัน ที่เกลียดคุณพี่ปูตินของผม อย่างเข้าไส้ ถึงขนาดตั้งชมรม the Other Russia และเขียนบทความ ด่ารัสเซียภายใต้คุณพี่ปูตินอยู่บ่อย ๆ

นอกจากนี้ก็ยังมี Andrew McAfee นักเขียน/ ผู้ชำนาญด้านไอที

Nelson Dellis นักแข่งด้านความจำ memory athlete ที่ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นที่ 1 ของโลก แต่กำลังฝึกที่ได้ตำแหน่งนั้น มันฝึกทำไม และมันเอามาคุยกันทำไม

และที่ขาดไม่ได้ คือ Michael Chertoff ท่านที่อ่านนิทานเรื่องป้ายลวงมาแล้ว คงจำชื่อคุณยิวหน้าโหดคนนี้ได้ เขาเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงาน Homeland Security และลูกกระเป๋งใหญ่ของท่านหินร่วง ที่กำลังเดินสายพูด เรื่องสงครามไซเบอร์

เล่ามาถึงตรงนี้ คงพอเห็นแล้วนะครับ ว่าเกือบทุกเรื่อง มันดูเหมือนจะเชื่อมโยงต่อเรื่องกันว่า ใครเป็นใคร ใครเกี่ยวกับใคร อย่างไม่น่าเกี่ยว และไม่น่าเชื่อ

อ้าวตาย ลุงแก่ขี้ลืม ลืมบอกไป…. นาย Thiel นี่ เขาอยู่ในคณะกรรมการกำกับนโยบาย Steering Committee ของสมาคมลับสุดยอด Bilderberg Group ด้วยนะครับ เป็นสมาคมที่มีสมาชิกระดับชนชั้นครีม ชั้นบนสุดของขนมเค้กแห่งโลก เช่น เป็นประมุข หรือผู้นำประเทศ ทั้งอดีตและปัจจุบัน ทั้งนั้น รวมทั้งผู้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ พูดภาษาเดียวกัน คิด(เป็นเจ้าของโลก) แนวเดียวกัน และเป็นสมาชิกโดยการเชิญเท่านั้น

ส่วนเจ้า Cohen ก็เป็นสมาชิก CFR แหม …ค่อยๆแง้มตัว ทะยอยโผล่หัวกันมาแล้ว

ตกลง เจ้า Point72 นี่มันเป็นเห็ดฟัน หรือมันทำอะไรแน่ไม่รู้เหมือนกัน

มีข้อน่าสังเกตว่า เห็ดฟันรายที่ 2 ไม่มีข้อมูลชัดเจน ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับชิคาโก แต่ชื่อตรงกับที่ Bear บอก ผมก็สันนิษฐานว่า ในวงการเขาคงรู้กันว่า ใครเป็นเด็กของใคร แต่คงต้องพูดอ้อม ขืนพูดตรงๆ อาจจะลงหลุม แต่ดูจากข้อมูลที่นำมาเล่า ผมว่า องค์ประกอบให้ ตีนเบอร์ใหญ่ขนาดนี้ หมีถึงได้เละคาพื้น

เหลือผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 คือ Goldman Sachs ผมขอข้ามไปก่อน เพราะเรื่องของเขาต้องเล่ารวม และโปรดอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า ใครเป็นคนกระทืบหมีสลบเหมือดคาพื้น … เรื่องมันอีกยาว พันกันยุ่ง ผมต้องค่อยๆเลาะ …ติดตามอ่านไปก่อนนะครับ

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
10 ก.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 091-09

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *