ป้ายปลอม ตอนที่ 5

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอน 5

เวลาสถาบันการเงินออกอาการร่อแร่อย่างนี้ คนที่ไม่เกี่ยวกับการกู้ แต่มักขยับตัวก่อน ก็คือ พวกคนฝากเงิน กับสถาบันการเงินที่ออกอาการอย่างนั้น รายการนี้ก็ไม่ต่างกัน คนที่ไม่ได้ไปเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน หรือซื้อตราสารข้าวต้มมัด แต่ฝากเงินกับธนาคาร ที่ให้ลงทุนในข้าวต้มมัดมากๆ ก็ชักเสียว เดี๋ยวเงินฝากสูญ อุตส่าห์เม้มเงินเมียไปฝาก อย่างนี้เรารีบไปถอนเงินออกมาซ่อนในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม ยังเสี่ยงน้อยกว่า…. เมียเจอ ก็แค่ก้มลงกราบ… ดีกว่าสูญไปกับไอ้พวกใส่สูทแถววอลสตรีท

เมื่อมีคนเสียวกันมากขึ้น การถอนเงินฝากจากสถาบันการเงินทั่วอเมริกา ก็เหมือนเป็นโรคติดต่อ เงินฝากพากันไหลโกรก เหมือนท่อประปาแตกเพราะโดดสิบล้อทับ

วันพฤหัสที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2008 ผู้บริหาร Bear Stearns อินเวสต์เมนท์แบงค์ ใหญ่อันดับ 5 ของอเมริกา พากันกุมขมับ เมื่อรู้ว่าเงิดสดทั้งหมดในเก๊ะของธนาคาร ใกล้จะเกลี้ยง เหลือไม่ถึง 3,000 ล้านเหรียญ มันไม่พอให้แบงค์เปิดทำการในวันศุกร์แน่นอน

(Investment bank เป็นธนาคารประเภทที่ทำธุรกิจ ให้บริการด้านการเงินต่างๆ เช่น ให้คำแนะนำ รับจัดหาเงินทุน โดยการเพิ่มทุน ขายหุ้น หรือ หาเงินกู้ เพื่อมาเป็นเงินทุน หรือ ในการควบรวมธุรกิจ ไม่ใช่เป็นธนาคารประเภทรับเงินฝาก และให้เงินกู้ และมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียม (fee) ในการให้บริการนั้นๆ รวมทั้งมีแผนกซื้อขายหุ้นของตัวเองด้วย)

Alan Schwartz หัวหน้าใหญ่ของ Bear รีบโทรหา Jamie Dimon หัวหน้าใหญ่ของ J P Morgan ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักหักบัญชี (clearing) ของ Bear เพื่อบอกถึงสภาพของ Bear

“…. เราต้องทำอะไรแล้วล่ะ ….”

Schwartz บอกกับ Dimon ต่อแค่นั้น แต่ในใจคิดล่วงหน้าไปไกลแล้ว….เขานึกอยู่เหมือนกันว่า ตอนนี้ (ยัง) ไม่ใช่เวลาที่จะขอให้ JP ซื้อกิจการ Bear ไปทันที แต่ถ้า Bear ไม่มีเงินเข้ามาอุดรูรั่วเลย และวันศุกร์นี้ เปิดทำการไม่ได้ มันคงยุ่งกันใหญ่ เขาเลยขอให้ J P ให้วงเงินกู้กับ Bear ประมาณ 25,000 ล้านเหรียญ Dimon รับปาก Schwarzt ว่า จะดูให้

Schwartz รู้ดีว่า ถ้า J P จัดการให้ไม่ได้ ….อีกไม่นาน Bear คงล้ม….

คืนนั้น Schwartz โทรไปหาท่านทิม Timothy Geithner หัวหน้าใหญ่ ของ Fed นิวยอร์ค เพื่อบอกถึงอาการสาหัสของ Bear …. เราเหลือเงินสด แค่ 3 – 4,000 ล้านเหรียญ เท่านั้นนะ และถ้าเราไม่มีทางออก เราก็คงต้องล้มละลาย…

ท่านทิม ไม่แปลกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก Schwartz เขารู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว เขาคิดอยู่แล้วว่า เหตุการณ์ของ Bear จะทำให้สภาพตลาด เกิดอาการท่อแตก เงินฝากไหลออกแน่นอน …. เมื่อไหร่เท่านั้น แต่ท่านทิมก็ยังใจเย็นคิดว่า พรุ่งนี้ Bear คงเปิดทำการได้น่า และคงมีเงินหน้าตักถึง 10,000 ล้านเหรียญ คิดแล้ว ท่านทิม ก็เลยนั่งกินข้าวเย็นกับลูกเมียต่อ …

หลังจากวางหูกับ Schwartz แล้ว Dimon ก็พยายามโทรตามตัว Steve Black ซึ่งเป็นหัวหน้าด้าน investment ของ JP และเป็นคนที่ “รู้จัก” Bear ดี แถมตีราคาทรัพย์สินแม่นมาก ทั้ง 2 คน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ทำงาน ที่ Citibank ด้วยกัน

แต่ Black กำลังอยู่ระหว่างการไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวแถวหมู่เกาะคาริบเบียน และออกไปทานอาหารค่ำข้างนอก โดยทิ้งมือถือไว้ที่โรงแรม ตามที่เมียทำเสียงเข้มว่า เรามาพักผ่อนนะ… ไม่ต้องเอามือถือของที่ทำงานไปกินข้าวด้วยหรอก

8.30 เช้า ของวันศุกร์

ที่ชั้น 6 ของสำนักงานใหญ่ของ Bear กำลังโกลาหล

Bear จะต้องออกประกาศแล้ว ว่า แบงค์ยังดำเนินกิจการได้ไหม Fed จะให้เงินกู้ฉุกเฉินมาหรือไม่ ถ้ามา จะมาเมื่อไหร่ และจะพยุงไปได้นานแค่ไหน

ถ้อยคำของประกาศ ต้องทำให้เห็นว่า Bear ยังทำธุรกิจได้ แต่ก็ต้องให้ลูกค้ารู้พอประมาณว่า Bear กำลังยืนโคลงเคลง แต่ถ้าลมพัดแรงจัด Bear อาจประคองตัวไม่อยู่ และ JP ก็อาจจะรับซื้อกิจการของ Bear ไป เรื่องนี้จะบอกชัดแต่ไหน เพราะยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเจรจา

ตอนเช้า 9.13 น. ระหว่างที่ Bear ยังติดอยู่กับถ้อยคำของประกาศ
J P Morgan ก็ออกประกาศมาก่อน โดยเป็นตัววิ่งผ่านหน้าจอธุรกิจ และจอ CNBC สรุปความว่า

“… JP Morgan Chase และ Federal Reserve Bank of New York ตกลงที่จะให้ความสนับสนุนทางการเงินแก่ Bear Stearns เป็นเงินกู้ที่มีหลักประกัน สำหรับระยะเวลาช่วงแรก ไม่เกิน 28 วัน… J P Morgan Chase จะหารือกับ Bear Stearns ต่อไป ถึงวงเงินถาวร หรือวิธีการอื่นสำหรับบริษัท….”

หลังจากนั้น เวลา 9.21 น. Bear Stearns ก็ออกประกาศที่มีถ้อยคำเช่นเดียวกันตามออกมา

ทั้ง 2 ประกาศ ไม่มีข้อความสนับสนุนใดจาก Fed และ ไม่มีข้อความว่าคณะกรรมการของฝ่ายใด ได้ให้ความเห็นชอบในการเกี่ยวกับเงินกู้นี้

หลังจากที่มีประกาศทั้ง 2 ฉบับ ช่วงหลังจากนั้น คือประมาณ 17 นาทีก่อนที่ตลาดหุ้นนิวยอร์คจะเปิดทำการ มีคำสังซื้อและขายหุ้นของ Bear Stearns ว่อนเต็มตลาด ราคาหุ้นวิ่งขึ้นลง เหมือนถูกชักรอก …ราคาหุ้นของ Bear ขึ้น ไป 9% เทรดเดอร์ของ Bear ที่อยู่ที่ชั้น 7 กระโดดตัวลอย ตระโกนออกมา

….เรารอดตายแล้ว …..

ตอนเช้ามืด ของวันศุกร์ที่ 14 มีนาคมนั้นเอง Steve Black กำลังเก็บของลงกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางกลับมานิวยอร์ค JP Morgan หาตัวเขาเจอ และกำลังส่งเครื่องบินของบริษัท ไปรับตัวกลับมา เพื่อให้คำแนะนำกับ JP ว่า ควรซื้อ Bear หรือไม่…

Black บอกกับเมียว่า นี่เขา(บริษัท) ไม่เข้าใจกันเลยหรือไงนะ ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น … ผมรับรองได้เลยว่า ตอนที่เครื่องเราลงพื้นที่นิวยอร์ค ราคาหุ้น Bear จะเหลือไม่ถึงครึ่ง…

หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดหุ้นนิวยอร์คก็เปิดทำการ และพวกที่ซื้อหุ้น Bear ก่อนตลาดเปิด ก็แย่งกันเทขายทิ้งในตลาด และหุ้นอื่นๆ ก็พากันรูดลงหมด รวมทั้งหุ้นของ JP หุ้น Bear ปิดที่ราคา 32 เหรียญ ลบไปครึ่งหนึ่งจริงๆ ตามที่ Black บอก …เหมือนเขามีตาทิพย์..

ระหว่างนั้น ที่วอชิงตัน Henry Paulson รัฐมนตรีคลัง กำลังประชุมทางโทรศัพท์กับบรรดาผู้บริหารของสถาบันใหญ่ๆ ในวงการสวนสัตว์วอลสตรีท เกี่ยวกับเรื่องของ Bear ที่กำลังเกืดขึ้น เขาบอกกับทุกคนว่า

” กูไม่ต้องการเห็นการเล่นแบบตะกละอย่างนี้อีกนะโว้ย … เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ระหว่างที่กูคุมคลัง พวกมึง ต้องอยู่ในแถว … ” … ไม่รู้ท่านรัฐมนตรีด่าใครนะครับ

นี่ผมเดาเอาเองนะครับ ว่า Paulson คงพูดในสำเนียงนี้ เพราะช่วงนั้น Henry Paulson ประธาน Goldman Sachs ซึ่งรัฐบาลคาวบอยบุช ส่งเสลี่ยงไปรับ ให้ออกมาเป็นรัฐมนตรีคลัง เขาใหญ่เหลือเกิน ขนาด Newsweek เอารูปเขาขึ้นหน้าปก และเรียกว่า “King Henry ” แหม…. เหมือนอดีตรัฐมนตรีคลังบ้านเราคนนึงจัง ตอนอยู่ในตำแหน่ง ดูเหมือนรัศมีพวยพุ่ง ดูจะออกประกายสว่างมากกว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำ ขนาดมีข่าวว่า วางตัวกันให้เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้าเลยเชียว แต่ดันไปตกกำแพงเมืองจีนเสียก่อน….(ตกกำแพงยังไง อ่านต่อๆไปคงเข้าใจครับ)

แล้วประกาสิต King Henry ก็มาถึงคิวของ JP Morgan และ Bear Stearns
King Henry พูดสั้นๆ

…. ผมต้องการให้คุณ (JP) เจรจากับ Bear Stearns อย่างผู้ที่มีความรับผิดชอบ พวกคุณ (หมายถึงผู้บริหารอื่นที่ฟังอยู่ด้วย) เวลาคุณอยู่กับบริษัท คุณก็คิดแต่จะปกป้องบริษัทของตัวตลอดเวลา แต่นี่ไม่ใช่เวลาปรกตินะ ….พวกคุณ อย่าไปเรียกร้องเอาหลักประกันจนเกินเหตุ หรือเรียกเอาเงินสดเพิ่มเพื่อมาค้ำประกันหนี้ และก็ควรทำธุรกิจกับ Bear Stearns อย่างตรงไปตรงมา….

โฮ้ย ท่านคิงเฮนรี่ พูดดี๊ดีนะครับ สมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือ น่าไว้วางใจจริงๆ ผมเขียนไป น้ำตาแทบซึมเลย

ระหว่างนั้น ตลาดหุ้นของนิวยอร์ค ก็ขานรับคำประกาสิตของคิงเฮนรี่ … พากันร่วงหล่นกันถ้วนหน้า ดาวโจร หล่นไป 300 กว่า หุ้นของสถาบันการเงิน รวมทั้งของ JP Morgan ต่างก็พร้อมใจกันร่วง อย่างไม่มีการแตกแถว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการของ Federal Reserve ก็จัดประชุมกัน ที่สำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน ท่านประธานกรรมการใหญ่ของ Fed ท่านเบน Ben Bernanke แสดงอาการว่ารังเกียจมาก ที่จะต้องอุดรูรั่วสถาบันการเงิน ด้วยเงินของรัฐ แต่มันก็คงยังดีกว่ากว่าปล่อยให้หมีล้มนะ เพราะมันอาจรวนไปทั้งสวนสัตว์วอลสตรีท

คณะกรรมการ Fed มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้อุ้มหมี โดยการให้เงินกู้ฉุกเฉินแก่ JP Morgan Chase ให้ไปอุ้มหมีอีกต่อนึง…. อ้าว……

ตอนค่ำของวันศุกร์ ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน Schwartz ได้รับโทรศัพท์จาก
คิงเฮนรี่ และท่านทิม ที่ส่งเสียงเข้มมาตามสาย กำชับว่า Bear ต้องตกลงกับ J P Morgan เรื่องการขาย Bear ให้ JP Morgan ให้เรียบร้อย ภายในวันอาทิตย์เย็นที่จะถึงนี้นะ …

Schwarzt รีบโทรบอกให้หัวหน้าฝ่ายการเงิน และให้ทีมงานมาประชุมเช้าตรู่วันเสาร์

6 โมงเย็นวันเสาร์ หลังจากผู้บริหารของ JP Morgan ซึ่งกำลังคิดหนักว่าจะซื้อทรัพย์สินของ Bear ดีหรือไม่ ได้ทำการตรวจสอบรายการทรัพย์สิน ของ Bear ทั้งวัน Schwartz ก็ได้รับคำเสนอเบื้องต้นของ JP Morgan ที่จะซื้อหุ้น Bear ในราคาประมาณ 8 – 12 เหรียญต่อหุ้น !

ฝ่าย Bear สะอึกพรวด มันเป็นราคาที่โคตรต่ำ แต่พยายามปลอบใจตัวเอง ว่าโอกาสที่จะเจรจาต่อรอง น่าจะยังมีอยู่

9 โมงเช้าของวันอาทิตย์

ผู้บริหารของ JP Morgan มาประชุมกัน เพื่อพิจารณาทรัพย์สินของ Bear อีกรอบหลังจากมีการคุยกันเรื่องคุณภาพของสินทรัพย์ ส่วนที่เป็นซับไพรม์ และข้าวต้มมัดแล้ว ในที่สุด JP Morgan Chase ก็ตัดสินใจยกเลิกการเจรจาซื้อ Bear Stearns !

ท่านทิม รีบติดต่อคิงเฮนรี่ ทั้ง 2 คนพยายามไม่ให้ JP Morgan ถอนตัว โดยพยายามหาวิธี ที่จะรับส่วนที่อาจขาดทุนแทน JP Morgan

ใกล้ๆ 5 โมงเย็นของวันอาทิตย์

Bear ได้รับการติดต่อจาก Morgan ว่า ราคาเสนอซื้อท้ายสุด คือ 2 เหรียญ ต่อหุ้น !!

หมีคอพับห้อยตก หมดแรง ต่อรองไม่ออก… ดูเหมือน Bear จะหมดเวลา หมดทางเลือก พวกเขาคิดว่าจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของ JP Morgan

ตอนค่ำ 1 ทุ่ม ของวันอาทิตย์

ข่าวการซื้อขาย Bear ประกาศออกไปทั่วโลก

10 นาทีต่อมา Fed ก็ออกประกาศว่า มีแผนที่จะเปิดหน้าต่างเงินกู้ และอนุญาตให้ อินเวสต์เมนท์แบงค์ ทำการกู้โดยตรงจาก Fed ได้ด้วย เป็นมาตรการที่ Fed ออกมาเพื่อช่วยเหลือ สถาบันการเงินที่มีปัญหา อย่างที่ Fed ไม่เคยทำมาก่อน….อ้าว แล้วเรื่องหมีว่าไง

นิทานตอนที่ 5 นี้ ผมเรียบเรียงจากบทความชื่อ ” Inside the Fall of Bear Stearns” ที่ลงใน “the Wall Street Journal” updated เมื่อ 9 พ.ค. 2009

เห็นเขาเล่นบทกันแสบใส้ถึงใจ นี่ขนาดเขาเล่นกันเองในบ้าน แล้วนอกบ้านจะขนาดไหน….

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
6 ก.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 091-05

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *