ป้ายปลอม ตอนที่ 14

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายปลอม”

ตอน 14

เมื่อตอนที่ทั้ง 3 ท่าน จากภาครัฐ คือ ท่านเฮนรี่ ท่านเบน กับท่านทิม เรียกผู้ยิ่งใหญ่จากสวนสัตว์วอลสตรีท มาประชุมที่ห้องประชุมใหญ่ของเฟดนิวยอร์คเกี่ยวกับเลห์แมน บราเธอร์ ในช่วงวันที่ 12,13 กันยายน ค.ศ.2008 ซึ่งผลการประชุม สรุปว่า ไม่มีใครเข้ามาอุ้มเลห์แมน ไม่ว่ารัฐ หรือเอกชน และเลห์แมนก็ถูกตัดเชือกหล่นลงมาแหลกนั้น ในขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องใหญ่มาก ผุดขึ้นมาอีกเรื่อง แต่คนทำงานแถวเฟดปิดปากกันแน่น ….

เขาว่า ยักษ์ใหญ์ที่สุดแห่งวงการประกันคือ American Insurance Group หรือ AIG ก็กำลังอาการหนัก และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด Maurice R Greenberg หรือ Hank Greenberg ที่เป็นเพื่อนรักของท่านร้อกกี้หินร่วง ก็กำลังเครียดหนัก แต่คนที่เครียดไม่น้อยกว่า Greenberg น่าจะเป็นท่านเฮนรี่ …..ที่ดูเหมือนจะเครียด เรื่อง AIG มากกว่าเรื่องของเลห์แมน อย่างเหลือเชื่อ

เขาว่า อันที่จริงแล้ว ไอ้วันประชุมเมื่อวันที่ 12,13 กันยานั้น มีคนสำคัญ 2 รายไม่เข้าประชุมด้วย

คนหนึ่ง คือ Lloyd C Blackfein คนที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าหมายเลขหนึ่งของ Goldman Sachs แทนท่านเฮนรี่ ที่ไปขึ้นเสลี่ยง ที่ไอ้คาวบอยบุช ส่งให้ไปแบกเอามาเป็นรัฐมนตรีคลัง ส่วนอีกคนนั้นคือ ตัวท่านเฮนรี่เอง… อ้าว เรียกคนอื่นเขามาประชุม แต่ตัวเองหายไปไหน

ไม่ได้หายไปไหนหรอก จิ้งจกแถวเฟดรายงานว่า หมายเลขหนึ่งเก่า กับหมายเลขหนึ่งใหม่ของโกลด์แมน แอบมานั่งหน้าเครียดประชุมกันเอง 2 คน อยู่แถวนั้นนั่นแหละ แต่ไม่บอกให้ใครรู้ แถมยังมาประชุมกันต่อ ในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2008 อีกด้วย

มีหลายคนยังไม่รู้ว่า โกลด์แมนที่แข็งแกร่งที่สุดของสวนสัตว์วอลสตรีท ชนิดใครคิดจะมาคว่ำ เป็นหน้าหงาย หลังหักกลับกันไปหมด นั้น เขาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของ AIG….

และถ้า AIG เกิดมีอันเป็นไป โกลด์แมน จะสูญทันทีถึง 20,000 ล้านเหรียญ ฮู้ย..ขนลุก

ท่านเฮนรี่อาจจะตัดใจ ตัดเชือกปล่อยเลห์แมนให้ตกจากหน้าผาได้ไม่ยาก แต่เรื่อง AIG …สงสัยท่านเฮนรี่จะไม่กล้าแม้แต่จะคิด….ขืนจัดการเรื่อง AIG ไม่ได้…… โกลด์แมน บ้านเก่าแหล่งทำเงินของตัว ก็อาจจะตกหน้าผา ตามเลห์แมนไปด้วย

แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโกลด์แมน ออกมาบอกว่า โกลด์แมนไม่เดือดร้อนอะไรมากนักหรอกกับปัญหาของ AIG น่ะ ที่นาย Blankfienไปประชุมที่เฟด ก็เพราะจะไปร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาระบบการเงิน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผลประโยชน์โดยตรงของโกลด์แมนเสียหน่อยอย่าใส่ความกันเลยน่า

แต่ข่าววงใน เขาว่า ท่านเฮนรี่ลงทุนทำทุกอย่าง ถึงขนาดใกล้จะคุกเข่า ขอให้ คุณนาย Nancy Pelosi ท่านประธานรัฐสภา (ในขณะนั้น) หญิงมีฤทธิ์อีกคนของอเมริกา ประกาศสนับสนุนให้รัฐสภาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือแก่สถาบันการเงิน ที่ได้รับความเสียหายจากวิกฤติซับไพรม์ด่วนที่สุด (และ AIG ก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากเฟดไป 85,000 ล้านเหรียญ ในรอบแรก )

อ้าว AIG เป็นพวกประกัน ไม่เห็นเกี่ยวกับเฟด ที่ดูแลระบบสถาบันการเงินเลยนี่หว่า….มีคนโวย…. ทีเลห์แมนให้ล้ม แต่ดันจะอุ้มประกันที่ไม่เกี่ยวกับเฟด… วุ้ย ยังงี้คนก็งงกันตาย เล่านิทานมั่วหรือเปล่านะลุง… ไม่นะ แต่ลุงก็มึนครับ

เขาว่ากันว่า เรื่องเงินกู้ซื้อบ้าน หรือวิกฤติซับไพรม์นั้น ไอ้ตัวเชื้อโรคร้ายมันมาจาก derivatives ตราสารข้าวต้มมัด CDO จนไข้ขึ้นสูงกันเป็นแถว แต่ที่ถึงขนาดหามเข้าไอซียู น่ะ เขาว่าเพราะมันเจอไวรัส CDS ซ้อนเข้าไปด้วยต่างหาก

คนซื้อข้าวต้มมัด ส่วนใหญ่เพราะมีการรับประกันอีกต่อ ถ้าใครเจ๊ง ใครไม่จ่าย บริษัทที่รับประกันข้าวต้มมัดจะเป็นผู้จ่ายให้แทน ตามการประกันแบบ credit defaulted swap (CDS) …(ใครยังงง ช่วยกลับไปอ่านตอน 3 นะครับ)

ในกรณีของ AIG นั้น เชื้อไวรัส CDS เริ่มเพาะขึ้นจากหน่วยงานเล็กๆของ AIG ที่ลอนดอน ที่มีคนทำงานเพียง 377 คน แต่ทำรายได้ให้ AIG อย่างมหาศาล จนทุกคนลืมมอง หรือมองข้ามความเสี่ยง ที่อาจทำให้บริษัทประกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีคนทำงานทั้งหมด 116,000 คน และ มีสำนักงานใน 130 ประเทศ เกือบจะทำให้ตัวเองล้ม รวมทั้งพาเอาธุรกิจการเงิน และไม่ใช่การเงิน ฉิบหายลามออกไปอีกไกลนอกสวนสัตว์วอลสตรีทเอาเสียด้วย

หน่วยงานที่ขายประกันเกี่ยวกับ”สินค้าการเงิน” ที่สาขาลอนดอนของ AIG ชื่อ AIG Financial Products หรือ AIGFP ดูเหมือนจะมีความเป็นเอกเทศอย่างมาก ทุกอย่าง อยู่ในความดูแลของ Joseph J Cassano …แค่นั้น

Cassano เคยทำงานที่ Drexel Burnham Lambert ที่ดังมากในยุค 1980 จากการขายพันธบัตรชั้นเลว junk bond ของ Michael R Milken ตอนหลังนายคนนี้โดนฟ้องคดีอาญา 6 คดี ซึ่งศาลพิพากษาว่าเขาผิดทั้ง 6 คดี

หน่วยงานของ Cassano ทำรายได้ดีเหลือเกิน จนมีข่าวลือว่า เขาเป็นตัวเก็งที่อาจจะขึ้นมารับตำแหน่งประธานผู้บริหารของ AIG แทน Morice R Greenberg ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มานาน จนผู้คนแยกไม่ออก นึกถึง AIG ต้องนึกถึง Greenberg พูดถึง Greenberg ก็หมายถึง AIG ด้วยทำนองนั้น แต่ไม่นานมานี้เอง Greenberg ก็ต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ เพราะมีข่าวเกี่ยวกับการแต่งบัญชี..อือหือ ข้อมูลแต่ละเรื่อง เกี่ยวกับ AIG นี่มันสะแด่วแห้วจริงๆ

แต่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2008 Cassano ก็ลาออกจาก AIGFP หลังจากที่ หน่วยงานนี้เกิดขาดทุนอย่างหนัก และผู้สอบบัญชีบอกมีปัญหาในการ ประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ของหน่วยงานนี้ แสดงว่า มันคงซับซ้อนเหลือจะทน และในวันที่ 15 กันยายน 2008 วันเดียวกันกับที่เลห์แมนล้มแน่นิ่งนั้น เจ้าหนี้ของ AIG ก็ขอให้ AIG นำหลักประกันมาวางเพิ่มจำนวน 15,000 ล้านเหรียญ…

นี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ท่านเฮนรี่ ไม่มีเวลานั่งปลอบประโลมยักษ์ใหญ่รายอื่นในสวนสัตว์วอลสตรีท

Cassano วัย 53 อยู่ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น อย่างหรูมาก แถว Knightsbridge ถิ่นคนรวยของลอนดอน ที่มีสวนส่วนตัวอยู่ด้านหลัง และที่ตรงหัวมุมถนน บังเอิญมีห้าง Harrods ที่โด่งดังไว้ให้ซื้อของใช้ประจำบ้าน ไม่ต้องเดินไกลให้เมื่อย

เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับ AIGFP นาย Cassano ไม่ให้สัมภาษณ์ เขาออกจากทาวน์เฮาส์หรู ไปกับทนาย ซึ่งสื่อติดต่อไม่ได้ และประชาสัมพันธ์ของ AIG ก็ปฏิเสธ ที่จะให้ความเห็นใด … …ข้อความแบบแจกโรเนียวเลย…

เมื่อตอนอยู่ที่ AIGFP หน่วยงานเล็กๆของ Cassano หลบมุมจากสายตา และการรับรู้ของคนภายนอก ที่รู้จัก AIG แต่ในชื่อเสียงว่า เป็นผู้ให้ประกันรายใหญ่ของโลก เกี่ยวกับภัยพิบัติ ไปจนถึงความตาย มีการดูแลทรัพย์สินของผู้เอาประกันอย่างดี และบริการชั้นยอด

เมื่อ Cassano เริ่มลุยตลาดด้านสินค้าการเงินใหม่ๆ สินค้าที่เขาขายแสนจะธรรมดามาก เช่น การรับประกันอัตราดอกเบี้ยแบบ swap (การรับประกันความเสี่ยง ของอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลง ที่มาจากเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ทางด้านการเงิน มันเป็นการป้องกันความเสี่ยงอย่างหนึ่ง สำหรับการกู้เงิน ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว)

แต่ประมาณปี ค.ศ.1998 สินค้าด้านการเงิน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย มีนักค้าเงินหัวแหลมเปี้ยบ จากค่าย JP Morgan ยักษ์ใหญ่ชั้นนำแห่งสวนสัตว์วอลสตรีท มาหา Cassano พร้อมกับความคิด ที่เฉียบอย่างน่ากลัว(จะฉิบหายกันหมด)

ไอ้หัวแหลมบอกว่า… เอางี้มั้ย AIG น่าจะลองคิดรับประกันหนี้ข้าวต้มมัด collateralized debt obligations (CDO) … ที่พวกเราด้านการเงิน ซื้อหนี้พวกนี้มาแยะๆ เช่น หนี้จากพวกรับจำนองบ้านน่ะ หรือหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถอะไรก็ได้ เราเอาหนี้พวกนี้มากองรวมกัน แบ่งเป็นมัดๆ แล้วก็ออกตราสาร ที่มีหนี้พวกนี้เป็นหลักประกัน ขายให้กับนักลงทุน โดยนักลงทุนก็ซื้อ….มันจะขายได้ดีนะ ถ้ามี AIG ค้ำประกันเราอีกต่อ … AIG ไม่ต้องเสียเวลาไปทำการตลาด ไปหาลูกค้า ตัดปัญหาไปได้เลย แถมลดค่าใช้จ่ายไปอีกโข … พวกเราด้านการเงิน จะเป็นคนหาสินค้ามาส่งให้ AIG ถึงหน้าประตูเลย AIG ก็แค่คิดเบี้ยประกัน และเตรียมที่เก็บเงินไว้มากๆหน่อย เพราะมันคงจะได้แยะมากนะ…

สิ่งที่ไอ้หัวแหลมเสนอก็คือ ให้ AIG รับประกันข้าวต้มมัด ที่พวกมันจะไปขายให้นักลงทุน ….เมื่อ AIG เอาด้วย … ไอ้คนเอาหนี้มาทำข้าวต้มมัด ก็สบายใจขายข้าวต้มมัดคล่อง เพราะมี AIG รับหน้าไป… AIG ก็คิดว่า ตัวเองไม่มีความเสี่ยง ก็หนี้ที่พวกการเงินซื้อมาทำข้าวต้มมัด มันมีหลักประกัน มีหนี้ มีคนชำระหนี้ ทั้งนั้นนี่หว่า .. เราจะเสี่ยงอะไร ไม่ได้กำลมนี่นะ ที่สำคัญ ไม่มีกฏหมายห้าม และเครดิตระดับ AIG สำหรับการให้ประกันแบบนี้ AIG ไม่ต้องมีหลักประกันความเสี่ยงของตัวลงในบัญชีอีกด้วย บัญชีมันก็ลงแต่เป็นรายรับอย่างเดียว

… เฮ้ย… ทำไมมันมีแต่ทางได้กับได้อย่างนี้วะ … ไม่ทำตามที่ไอ้หัวแหลมแนะนำ ก็โง่ตายหง

CDS หรือ credit default swaps ก็เลยเป็น “สินค้าการเงิน” ตัวใหม่ของสวนสัตว์วอลสตรีท แต่ไม่ใช่เกิดจากพวกการเงิน แต่มันเกิดมาจากผสมพันธ์ระหว่างพวกการเงิน กับพวกประกัน มันเลยกลายเป็นลูกครึ่ง ลูกผสม ที่คนซื้อประกันเองก็ออกจะงง ทางการก็งง… แต่ไม่เป็นไร ตอนไอ้ลูกผสมออกมาใหม่ๆ ทุกฝ่ายรวยกันจ้ำบ้ะหมด

AIGFP เอง กำไรโดดจาก 737 ล้านเหรียญในปี 1999 เป็น 3,260 ล้านเหรียญในปี 2005 ตัว Cassano กับลูกน้องเอง ก็มีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น เฉลี่ยคนละประมาณ 30 – 46% ใน 7 ปี ที่ผ่านมา AIGFP จ่ายค่าตอบแทนให้พนักงานทั้งหมด เป็นเงินถึง 3,560 ล้านเหรียญ

Cassano ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ลูกค้าของเขามีแต่ชั้นเยี่ยมทั้งนั้น ตั้งแต่ธนาคารเงินฝาก ธนาคารเงินทุน กองทุนบำนาญ มูลนิธิชื่อดัง บริษัทประกันภัย เห็ดฟันทุกขนาด ผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนส่วนบุคคลขนาดโคตรใหญ่ เทศบาล หน่วยงานของรัฐ และผู้ที่อยู่เหนือรัฐ … แปลว่า เกือบทุกคนที่มีเงินในช่วงนั่น ซื้อตราสารข้าวต้มมัด ที่มี AIG รับประกันเกือบทั้งสิ้น แม่เจ้าโว้ย… มึงเล่นกันได้เก่งจริงๆ

และมันก็น่าแปลกใจ และน่าสนใจมากว่า ไอ้การให้ประกันตราสารข้าวต้มมัดนั้น เพราะมันดันเป็นประกันแบบพันธุ์ผสม คาบลูกคาบดอกหรือยังไง …. เลยไม่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน…. ไม่มีใครมาตรวจสอบ …ไม่อยู่ในกฏกติกาของใคร ไอ้คนคิดนี่มันหัวแหลมจริงๆ… หารูโหว่รอดไปได้เก่งมาก

ว่าไงครับอเมริกา …..ที่อ้างตนเองว่า เป็นเจ้าของหลักการ ทุกอย่างต้องโปร่งใส ทุกอย่างตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล ถุด…

เด็กที่เฝ้าเพจนิทานให้ท่านผู้ใหญ่ ที่ชอบอ้างหลักธรรมาภิบาล อย่าลืมก๊อบนิทานเรื่องนี่ไปท่านอ่าน เพื่อเปรียบเทียบ ทบทวนพฤติกรรมกันด้วยนะคร้าบ….

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
15 ก.ค. 2559

เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 091-14

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *