ป้ายลวง ตอนที่ 15

นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายลวง”

ตอน 15

คราวนี้มาดู NXP Semiconductors ที่เป็นผู้ซื้อ Freescale กันบ้าง เขาเป็น (ของ) ใคร
กันแน่….

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย บอกว่า NXP Semiconductors เป็นบริษัทที่ผลิตแผงไฟฟ้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1953 โดยแตกแขนงมาจากบริษัท Philips บริษัทเครื่องไฟฟ้าที่โด่งดังมากของเนเธอร์แลนด์ หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เลิกใหม่ๆ Philips มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

ปี ค.ศ.1975 Philips ซื้อบริษัท Signetics ที่อยู่แถว Silicon Valley ดงคอมพิวเตอร์ของอเมริกา สมัยที่เฟื่องฟูใหม่ๆ หลังจากนั้น Philips ก็เอามารวมตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ของ Philips ชื่อ Philips-Signetics ซึ่งในปี ค.ศ.1986 ขึ้นอันดับ เป็นผู้ผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์ใหญ่ที่สุดในยุโรป

หลังจากนั้น ในปี คศ 1999 Philips ก็ไปซื้อ VLSI Technology เอาเข้ามารวม ทำให้ Philips ขึ้นอันดับ ใหญ่เป็นที่ 6 ของโลกในการผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์

ปี ค.ศ.2005 Philips ประกาศว่า จะแยกแผนก ที่ทำเกี่ยวกับแผงวงจรทั้งหมด ที่เรียกว่า Philips Semiconductors ตั้งเป็นบริษัทใหม่ แยกออกจาก Philips แต่ Philips ยังถือหุ้นทั้งหมด …

แต่แล้ว ปี ค.ศ.2006 Philips ก็ขาย หุ้นประมาณ 80% ใน Philips Semiconductors บริษัทที่แยกตัวมาใหม่ ให้แก่กลุ่มกองทุนส่วนบุคคล 5 กองทุน นำโดยกองทุนใหญ่ Kohlberg Kravis Roberts (KKR) ซึ่งพอซื้อขายเรียบร้อย ก็จัดการเปลี่ยนชื่อจาก Philips Semiconductors เป็น NXP Semiconductors N. V. และประกาศเปิดตัว เมื่อ 31 สิงหาคม ค.ศ.2006

(มาถึงตรงนี้ คงเห็นกันแล้ว ว่า NXP Semiconductors จะเป็นบริษัทของดัชท์ หรือ จดทะเบียนที่ดัชท์ อาจไม่ช่วยให้เรารู้จัก NXP ตัวจริง หรือ อาจจะเป็นป้ายลวงก็ได้ คงต้องไปขุดดูหน้าเจ้าของใหม่ ที่ซื้อ Philips Semiconductors อาจจะเห็นอะไรชัดกว่า)

กลับมาดู Philips ผู้ขายอีกที อุตส่าห์คิดเทคโนโลยีใหม่ ไปซื้อกิจการมาเพื่อส่งเสริมกัน ทำจนขึ้นไปอยู่แถวหน้าของธุรกิจไมโครชิพ เรียกว่ากำลังไปโลด แต่ดันขายหุ้นให้คนอื่นมาเป็นเจ้าของ รับกำไรไปแทน….ไม่ต่างกับที่ Carlyle ขาย Freescale.. พิลึกไหมครับ

เมื่อกลุ่มกองทุน ที่นำโดย KKR ได้ Philips Semiconductor มา และเปลี่ยนชื่อเป็น NXP แล้ว หลังจากนั้น NXP ก็ไล่ซื้อธุรกิจ กิจการ ทางด้านไอทีในทุกรูปแบบ อย่างไม่หยุดยั้งมาตลอด แล้ววันที่ 15 มีนาคม ค.ศ.2015 NXP ก็ประกาศว่า จะซื้อ Freescale บริษัทผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์ หลังจากที่ Freescale ประกาศไปไม่นานว่า สร้างเจ้าไมโครชิพจิ๋วแต่สุดเจ๋งได้ และการซื้อขาย Freescale ระหว่าง NXP กับเจ้าของ Freescale ก็ได้สำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2015 ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ….หลังจาก MH 370 หายตัวไปแล้วปีกว่า …..

ก็คงต้องตามดูกันต่อไป ว่า ใครคือเจ้าของตัวจริงของ NXP

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย และ Bloomberg บอกว่า เจ้าของ NXP คือ กองทุนส่วนบุคคล 5 รายที่นำโดยกองทุนใหญ่ ที่ชื่อ Kohlberg Kravis Roberts (KKR) ซึ่งในตอนแรกๆ ก่อนซื้อกิจการ Philips Semiconductors นั้น KKR ลงทุนแต่ด้านอสังหาริมทรัพย์ สื่อและการบันเทิง … เรียกว่าแนวทางลงทุนคนละทิศเลย…

KKR ตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1976 โดย Jerome Kohlberg, Jr และญาติ ชื่อ Henry Kravis ทั้ง 2 คนเป็นชาวยิว (อีกแล้ว) กับเพื่อนอีกคน ชื่อ George R Roberts ทั้ง 3 คนเคยทำงานที่ Bear Stearns

ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า ทั้ง 3 คน หงุดหงิดจาก Bear Stearns เลยออกมาตั้งกองทุนทำธุรกิจกันเอง โดยไปหาเงินได้มาจาก Hillman Company และ First Chicago Bank …เอะ….ของใครนะครับ

เพื่อจะให้รู้มันชัดเจนขึ้น ผมเลยไปเช็คประวัติ ของเจ้า 3 คน ที่ช่างหงุดหงิดนักโดยเฉพาะ ชื่อ Henry Kravis ที่เป็นหัวเรือ ของ KKR เพราะ Kohlberg นั้นถอนตัวไปจาก KKR ในปี คศ 1987 เพราะมีแนวทางทำธุรกิจต่างกับ Kravis

Henry Kravis เป็นอเมริกันยิว จบวิศวฯ และไปเรียนปริญญาโทต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าของอเมริกา เป็นประธานผู้ดูแล Rockefeller Centre และ Crysler Building ของท่านร้อกกี้ the great ร่วมกับ Jerry Spyer ชาวยิวอีกคน ที่มีอิทธิพลสูงมากในนิวยอร์ค

Jerry Speyer นี่เหมือนเป็นเด็กก้นกุฏิของท่านร้อกกี้ เป็นยิวอพยพมาจากเยอรมัน เรียนจบปริญญา ทั้งตรีทั้งโท จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เคยเป็นประธาน Federal Reserve Bank of New York, รองประธานทรัสตีบอร์ดของของ Rand Corpoaration และเป็นประธานร่วม ของ the Partnetship of New york ซึ่งก่อตั้งโดยท่านร้อกกี้ the great และแน่นอน ….เป็นสมาชิกของ CFR

ส่วนคุณ Kravis ก็ใช่เล่น เขาเป็นทรัสตี ของ Council on Foreign Relations (CFR) และอยู่ใน Business Council ของ CFR ช่วงปี ค.ศ.2011 ถึง ค.ศ.2014 นอกจากนี้ เขายังเป็นประธานร่วมของคณะกรรมการมหาวิทยาลัย Columbia Business School และเป็นรองประธาน ของ Rockefeller University อีกด้วย

นอกจากตัวคุณ Kravis จะเป็น สมาชิก CFR แล้ว ที่น่าสังเกตคือ คุณเมียคนสวย ที่ชื่อ Marie Jose’ Kravis (เมียคนที่ 2) นั้น สนิทกับท่านร้อกกี้เป็นพิเศษ และคุณเมียนี่ เป็นทั้ง สมาชิก CFR และ สมาชิก Bilderberg Group ด้วย

Bilderberg Group เป็นสมาคมปิด ที่มีอิทธิพลสูงมากในยุโรป เป็นเหมือนผู้กำหนด อนาคต และกำกับรัฐบาล ของบรรดาประเทศในยุโรป ที่มีสมาชิกตั้งแต่ระดับ กษัตริย์ราชินีของประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สเปน นายกรัฐมนตรี ทั้งอดีตและปัจจุบัน ขุนนาง นักการเมืองระดับสูง นักธุรกิจขนาดใหญ่ข้ามชาติ มหาเศรษฐี ของอังกฤษ ยุโรป รวมมาถึงฝั่งอเมริกา ที่นับว่าอยู่ระดับชั้นบนสุดของขนมเค้ก และเป็นสมาชิกโดยการเชิญ … ไม่ใช่สมัคร และ เป็นองค์กร ที่ผูกสัมพันธ์อันดี กับ CFR โดยมีสมาชิกซ้อนกันจำนวนไม่น้อย

แบบนี้ ก็น่าเชื่อว่า Henry Kravis คงไม่ใช่คนแปลกหน้าของร้อกกี้ the great…..และ NXP ก็ไม่รู้อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของท่านร้อกกี้ หรือเปล่า ตกลง “เจ้าของ” เจ้าจิ๋ว ไมโครชิพสุดเจ๋ง ไม่ว่า ก่อนขาย หรือหลังขาย ก็คือ พวกท่านร้อกกี้ the great และสังกัดCFR ทั้งนั้น ….ประเด็นนี้ น่าสนใจนะครับ

การโยกย้าย Freescale ผู้คิคค้นและผลิตเจ้าไมโครชิพจิ๋วแต่สุดเจ๋ง จากกองทุนหนึ่ง ไปอยู่อีกกองทุนหนึ่ง เหมือนเปลี่ยนจากถือของด้วยมือขวา เอาไปไว้มือซ้าย แต่มันก็ยังเป็นของคนเดิม ตกลงก็เป็นเล่นปาหี่ให้โลกดู แล้วเขาทำป้ายลวงกันทำไม

ระดับท่านร้อกกี้ ผมไม่ประมาทหน้า คนเราคิดซับซ้อนมาตลอด แม้จะทิ้งรอยตีนรอยมือไว้ แต่ ผมเชื่อว่า …การเปลี่ยนมือรายการนี้….. น่าจะมีความหมายไม่น้อย

ถ้ามองในประเด็น ของการที่ Carlyle มือข้างหนึ่งของท่านร้อกกี้ ส่ง Booz Allen ไปล้วงคอ บีบคอ ฝ่ายความมั่นคง จนเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของอเมริกาทางด้านไซเบอร์ ขณะเดียวกัน จากการใช้จีนเป็นฐานผลิตแผงวงจร จนได้เจ้าไมโครจิ๋วมา ก็ทำให้รู้ศักยภาพของจีนทางด้านนี้ ส่วนเจ้าหนูสโนเดน ถ้าเป็นป้ายลวง ก็ทำให้เห็นไส้ในของรัสเซีย

ถ้า…..มองในประเด็นดังกล่าวข้างต้น ไม่ว่าในเชิงการค้า หรือ คิดไกลไปถึงจะครองโลก สื่งที่ Carlyle , Blackstone, NXP, และร่วมไปถึง Freescale และอาจจะรวมถึง Philips ด้วย โยนลูกเล่นกันไปมาในวง คนดูไม่ทัน ก็นึกว่า ทั้งหมดไม่เกี่ยวกัน แต่ถ้าเอาข้อเท็จจริงมาเรียง ก็คงเห็นแผนการที่ล้ำลึก ทะเยอทะยาน และชั่วร้าย

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ก็ไม่ถึงกับจำเป็น ต้องเปลี่ยนมือ ถือของดี …

การเปลี่ยนเจ้าของ เจ้าจิ๋ว จึงน่าคิดในประเด็นว่า เพราะต้องการย้ายที่ เปลี่ยนฐานการผลิตไปอยู่ที่ไหม่ เพื่อควบคุมการผลิต ปิดรูโหว่ อุดรูรั่วเสียมากกว่า ……

แปลว่า การผลิตที่จีน แม้จะเป็นผู้รับจ้างออกแบบและผลิตที่ดี และใช้กันมานาน อาจมีรูรั่วได้ หรือรั่วไปแล้ว และถ้ารั่วออกไป หรือออกไปแล้ว มันคือความหายนะของอเมริกา ถ้าอเมริกาหายนะ ท่านร้อกกี้ก็คงได้ร่วงละเอียด (สมใจผม) ส่วน CFR ยิ่งไม่ต้องพูด งูไม่มีหัว ก็ไม่ต่างกับปลาไหล เรื่อง MH 370 จึงไม่น่าจะเรื่องเดี่ยวกับอิสราเอลเลย แม้ผู้ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นชาวยิวแยะก็จริง

บทความของคุณยุ่น Yoishi Shimatsu แม้จะน่าสนใจ เข้าท่า น่าตื่นเต้น แต่ส่วนที่เกี่ยวกับอิสราเอลนั้น ผมให้น้ำหนักน้อย เผลอๆ จะเป็นป้ายลวงเอาเสียด้วย

อเมริกาอาจจะดูแลอิสราเอล ดูแลยิว และถูกยิวใช้ แต่อเมริกาก็ใช้ยิว และไม่ได้ยอมยิว หรืออิสราเอลไปเสียทุกเรื่อง ดูเรื่องเสี่ยปั้มใหญ่ กับอิหร่านนิวเคลียร์เป็นตัวอย่าง อเมริกา ไม่ได้สนใจเสียงค้านของอิสราเอลเลย

เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ กว่า เรื่องยิวอิสราเอล….

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
24 มี.ค. 2559

หมายเหตุ : เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google

นิทาน 089-15

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *