นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายลวง”
Carlyle เป็นข่าวฉาว เมื่อสื่อเอาเรื่องที่คุณพ่อบุชไปเป็นที่ปรึกษาให้ Carlyle ในช่วงที่คุณลูกบุชเป็นประธานาธิบดี และ Carlyle ก็มาทำธุรกิจกับรัฐบาลอเมริกันจนเฟื่องฟู
สื่อ Le Monde ของฝรั่งเศส ลงวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.2004 เขียนถึง Carlyle Group ได้น่าสนุกมาก
เขาบอกว่า วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.2003 มีเครื่องบินรบลำหนึ่ง บินมาจอดลงบนดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกันชื่อ USS Abraham Lincoln ที่จอดอยู่แถวชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ที่มีป้ายผ้าเขียนว่า ” Mission Accomplished” ปฏิบัติการสำเร็จ ….แล้วคาวบอยบุช ในชุดขับเครื่องบินรบ ก็ทำท่ากระฉับกระเฉง ก้าวลงมาจากเครื่องบิน และประกาศว่า ปฏิบัติการในอิรัค เสร็จสิ้นแล้ว และเรามีชัยชนะ…. แต่ดูเหมือนคาวบอยจะประกาศเร็วไปหน่อยนะ….ชัยชนะของอเมริกาในอิรัค ยังไม่เกิดอีกนาน ….
……วันรุ่งขึ้น คาวบอยบุช ก็ไปอีกงาน อยู่ไม่ไกลจากซานดิเอโก เพื่อไปเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธ ของบริษัท United Defense Industries ที่ Carlyle Group เป็นเจ้าของ…..
United Defense เป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่เจ้าประจำ ที่ส่งให้กับเพนตากอนในช่วงที่คาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี อาวุธที่ผลิต มีตั้งแต่ จรวด รถถัง จนถึงรถหุ้มเกราะกันกระสุนทุกชนิด หุ้นของ United Defense ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ใด เพราะผู้ถือหุ้นมีรายเดียวคือ Carlyle Group ส่วนจะมีใครลงทุนผ่าน Carlye ก็คงดูยาก แต่ในทางกลับกัน บริษัท ที่ Carlyle เป็นเจ้าของ หรือบริหารทุน มักจะเป็นบริษัท ที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่กับรัฐบาล ถ้าไม่เป็นเองโดยตรง ก็มีลูกค้ารายใหญ่เป็น โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวกับ อาวุธ ไบโอเทค อวกาศ ไอที และการสื่อสาร…..
…..ขณะที่ลูกบุชในฐานะประธานาธิบดี เห็นชอบกับการที่เพนตากอน กลาโหมสั่งอาวุธจาก United Defense ….คุณพ่อบุช ก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ Carlyle Group และเป็นมานานประมาณ 10 ปี มาแล้ว
….นับเป็นครั้งแรก ที่อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา ไปทำงานให้กับบริษัทผู้ผลิตอาวุธส่งให้กับเพนตากอน เรื่องนี้ลูกบุชในฐานะประธานาธิบดีก็รู้ดี เพราะตอนพ่อบุชเป็นประธานาธิบดี ลูกบุช ก็ไปเป็นผู้บริหารให้กับ Caterair บริษัทในเท็กซัส ที่อยู่ในเครือของ Carlyle Group ที่รับจ้างจัดส่งอาหารให้กับสายการบินของอเมริกา ลูกบุชออกจาก Caterair ไม่นาน ก่อนที่จะไปเตรียมตัวคั่วตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเทกซัส หลังจากนั้น บริษัทก็เริ่มเจ๊ง
มันเน่าสนิทดีจริง แล้วใครอย่ามาเสือกพูดเรื่อง good governance
ธรรมาภิบาลต้องมีในแดนสยามให้ผมฟังนะ ผมจะด่าให้จริงๆ
Le Monde เล่าต่อ ……ผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีอำนาจมีอิทธิพล ที่กำลังทำงาน หรือเคยทำงานให้กับ Carlyle Group มีมากมาย รวมทั้งผู้ที่มาร่วมลงทุนใน Carlyle ด้วย มันทำให้ทฤษฏีสมคบคิด ไม่ต้องการข้อพิสูจน์มากนัก ตัวอย่างเช่น อดีตนายกรัฐมนตรี John Major ของอังกฤษ, อดีตประธานาธิบดี Fidel Ramos ของฟิลิปปีนส์, Park Tae Joon อดีตนายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้, เจ้าชาย Al-Walid แห่งซาอุดิอารเบีย, Colin Powell รมต ตปท อเมริกา, James Baker lll รวมไปถึง ผู้ยิ่งใหญ่ในยุโรป เช่น Karl Otto Poehl อดีตประธานธนาคารชาติของเยอรมัน, Etienne Davignon อดีตประธาน Belgian General Holding Company
นอกจากนี้ สื่อ The Guardian ของอังกฤษ ลงวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2001
ก็เขียนเรื่อง “The ex-presidents’ club” ซึ่งได้บรรยายเรื่องของ Carlyle ไม่ต่างกันมากกับ Le Monde แต่เรื่องผู้ยิ่งใหญ่ ที่เคยทำงานให้ Carlyle นั้น เขามีชื่อ …. former Thai premier Anand Panyarachun ด้วยครับ….
(หมายเหตุ: เกี่ยวกับเรื่องอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ไปเกี่ยวกับ Carlyle Group นั้น วันนี้ผมมีของแถมให้ เป็นเอกสาร ยาว 7 หน้า ถ้าขี้เกียจอ่านหมด อ่านแค่หน้า 5 ก็พอครับ … เข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้ http://www.bibliotecapleyades.net/so…/sociopol_carlyle17.htm)
The Guardian เล่าว่า …..เรื่อง Carlyle Group มันเงียบสนิท ไม่มีหลุดมาถึงพวกเราชาวบ้าน จนมีพนักงานชาวเกาหลีของ Carlyle ประจำที่กรุงโซล ชื่อ Peter Chung ดันทะลึ่งส่งอีเมล์ไปโม้ให้เพื่อนฟัง ว่า เขามีแผน… ” ที่จะฟันสาวสวยในเกาหลีทุกคนไปอีก 2 ปี” เพื่อนคงอิจฉา เลยส่งอีเมล์ของไอ้ปากมอมต่อไปอีกเป็นพันๆ หลังจากนั้นไอ้ปากมอม ก็เลยถูกปลดจากงาน ที่ได้เงินเดือน ปีละ 1 แสนปอนด์ สมัยนั้น ก็ประมาณ 7 ล้านบาท มิน่า มันเลยฝันจะฟันสาวสวยทุกคน
เรื่องค่าตัวนี่ the Guardian บอกว่า John Major อดีตนายกฯ ของอังกฤษ ได้ค่าจ้างเดินสาย 28 วัน 105,000 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยสมัยนั้น ก็ประมาณ 7 ล้านบาท) ส่วนคุณพ่อบุช ได้ค่าจ้างโชว์ตัว ไม่ต้องพูดมาก แค่โบกมือนิดหน่อย อย่างน้อย ครั้งละ 80,000 เหรียญ ถึง 100,000 เหรียญ … ไม่รู้อดีตนายกฯไทย จะได้เท่าไหร่นะครับ ข่าวไม่ได้บอก
ส่วน Le Monde รายงานต่อ ว่า …..Carlyle ไม่ได้สะสมแค่ผู้มีอำนาจ….
Carlyle ยังสะสมบริษัทที่จะสามารถสร้างความรวยให้กับตัว ด้วยการถือหุ้นจนเป็นเจ้าของบริษัทกว่า 200 กว่าบริษัท (ตัวเลข เมื่อ Le monde เขียนในปี คศ 2004) และ ด้วยการทำธุรกิจในลักษณะนี้ Carlyle จึงสามารถจ่ายผลตอบแทนการลงทุน ให้กับผู้ที่มาลงทุนร่วมด้วย ในอัตราสูงถึง กว่า 30% ต่อปี มาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว
อันที่จริง Carlyle มารับทรัพย์หนักๆ ก็หลังจากก่อตั้งมาแล้ว 2 ปี เมื่อ ได้ตัว Frank Carlucci อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกา ที่หมดวาระจากตำแหน่งได้แค่ 6 วัน ก็มานั่งแท่น เป็นหัวหน้าใหญ่ที่ Carlyle Group….
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
18 มี.ค. 2559
หมายเหตุ : เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
