นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายลวง”
Chertoff กิจการดีวันดีคืน อย่างนี้ก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม กลางปี ค.ศ.2014 Chertoff Group ก็ประกาศว่า ขณะนี้ได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยจะร่วมงานกับ Edelman บริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วนะ
ชื่อนี้คุ้นหูไหมครับ Eldelman หวังว่าคงไม่ลืมกัน เป็นบริษัทที่รับงาน ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ชุบตัวให้ไอ้หมาไนโจรร้ายพี่ชายนังเอ๋อ หลังจากหนีคดีไปดูดอกดูไบไงครับ แล้วก็แต่งเรื่องส่งไปทั่วโลก ว่าหมาไนฉลาดเก่งดีอย่างไร แต่ถูกรังแกกลั่นแกล้งให้ต้องคดี หลังจากนั้น ไอ้เบื้อกอัมสเตอร์แดม อะไรนั่น จึงมารับช่วงปากมอมต่อ พอมองเห็นภาพไหมครับ ว่าเรื่องราวในโลกนี้ บางเรื่องมันเหลือเชื่อ แต่ก็น่าสนใจว่า ความบัดซบ ความชั่ว ความเลว มันมักจะดึงดูดซึ่งกันและกัน
Edelmanนั้น ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1952 ที่เมือง Chicago โดยนาย Daniel Edelman
ซึ่งเป็นชาวยิวนิวยอร์ค เรียนจบจากมหาวิทยาลัย Columbia เมื่อปี คศ 1940 เสร็จแล้วก็เรียนปริญญาโทต่อทางด้านหนังสือพิมพ์ หลังจากทำงานเป็นผู้สื่อข่าวอยู่ระยะสั้นๆ เขาก็ไปร่วมกับกองทัพของอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และอยู่หน่วยงานด้านปฏิบัติการจิตวิทยาตลอด น่าทึ่งจริงๆ
สงครามเลิก ก็ออกจากทหารและย้ายไปอยู่ที่เมืองชิคาโก เป็นทำงานเป็นผู้จัดการประชาสัมพันธ์บริษัทขายน้ำยาตัดผม Toni ตัดหยิกถาวรด้วยน้ำยาเคมี….ปี คศ 1952 ก็ตั้งบริษัทประชาสัมพันธ์ของตัวเอง เหมือนชีวิตไม่ต้องต่อสู้มากมาย แต่ก็ไปได้ดี นับว่าเป็นคนมีวาสนา
ผมออกจะแปลกใจ และสนใจว่า อะไรหลายเรื่องในโลกนี้ ที่เป็นต้นเรื่องเหลือเชื่อ มักจะเริ่มที่เมืองชิคาโก เช่นมหาวิทยาลัย ชิคาโก ที่ท่านร้อกกี้ the great เป็นผู้ตั้งขึ้น และคิดหลักสูตร area study เอาไว้ล้วงตับไตไส้พุงสมันน้อยทั่วโลก ก่อนจะล้อมเอาเข้าคอก และท่านร้อกกี้ the great นั้น ก็โปรดมากเรื่องการทำสื่อ และการประชาสัมพันธ์ และคิดสูตรเด็ด….ของจริงเป็นอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญว่า เราจะทำอย่างไร ให้เขาเชื่อเรา หรือ ยอมให้เราจูง(จมูก) …วิชาสร้างป้ายลวง!? ต่างกันไหม กับปฏิบัติการจิตวิทยา ?!
Elderman มีสำนักงานต่างประเทศแล้ว ที่ลอนดอน แคนาดา เอเซีย และยุโรป ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1960 -1970 พอถึงปี ค.ศ.1985 คุณพ่อ Daniel ก็เกษียณตัวเอง และให้คุณลูก Richard ถือบังเหียนแทน
ปี ค.ศ.1990 Elderman เปิดสำนักงานไปทั่ว ตั้งแต่ เม็กซิโก บราซิล อาร์เจนติน่า เยอรมัน สเปน เกาหลีใต้ จีน และ เบลเยี่ยม ….
เขาว่าคนเราทำอะไร มันจะมี ที่ฝรั่งเรียกว่า signature ลายเซ็น ทำให้สังเกตเห็นได้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่สำหรับผม มันดูไม่ต่างกับ “รอยมือรอยตีน” ของขโมย หรือโจร ที่มักเผลอทิ้ง หรือตั้งใจทิ้งอวดไว้เสมอ
อย่างท่านร้อกกี้ นั้น ท่านโปรดปรานอเมริกาใต้เป็นพิเศษ ท่านทดลองสาระพัดโครงการระยำกับคนท้องถิ่น เช่นทดลองตอนพันธ์ุคนท้องถิ่น ไปจนถึงตอนพันธ์พืชด้วย gmo ที่นั่น จนพืชพันธ์ฉิบหายเกือบหมด ส่วนจีนนั้น ตระกูลท่านก็ไปตั้งมูลนิธิ เพื่อทำการทดลองสาระพัด ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เดี๋ยวนี้ก็ยังตั้งอยู่ (ใครอยากรู้เรื่องเพิ่ม ก็ลองย้อนไปอ่านนิทานเรื่องแกะรอยนักล่า กับเรื่อง ไม่ตกสะเก็ด นะครับ)
พอถึงปี ค.ศ. 2012 ช่วงตะวันออกกลางเริ่มร้อน Elderman ก็ไปเปิดสำนักงานที่ตุรกี รับงานกึ่งประชาสัมพันธ์ กึ่งไอที นับว่า Elderman นี่ตาแหลมมองการณ์ไกลจริง
มาต้นปี คศ 2013 คุณลูก Richard ก็ตั้งบริษัทที่เมืองจีน เป็นที่ระลึกให้คุณพ่อ ชื่อ The Daniel J Elderman China Group ขึ้นมาอีก และยังตั้งบริษัท ชื่อ Pegasus (China) ที่จีนอีกเหมือนกัน ไว้ทำอะไรก็ไม่รู้ อาเฮียไปตรวจดูเองแล้วกันครับ ชื่อเหมือนบาร์อีตัวชั้นสูง นับว่าจังหวะการทำธุรกิจในแต่ละสถานที่ของ Elderman นี่สุดยอดจริงๆ
ลูกค้ารายใหญ่ ที่เปิดเผยของ Elderman เช่น Microsoft, Pfizer, Johnson & Johnson, Hewlett-Packard, Samsung, Starbuck, Unilever, Royal Dutch Shell และรัฐบาลซาอุดิอารเบีย ส่วนไอ้หมาไนโจรร้ายพี่ชายนังเอ๋อ จะนับเป็นลูกค้ารายใหญ่หรือเปล่า บทความที่ผมอ่านไม่มีชื่อลงไว้ให้ … ไม่ใหญ่จริงนี่หว่า
แต่ผลงานของ Elderman ที่เป็นข่าวดังทางลบมาก คือ โครงการวางท่อของ Keystone XL pipeline ที่จะวางท่อส่ง tar sand oil จากโรงกลั่นในแคนาดา ไปถึงริมอ่าวที่ Texas โดยลอดใต้ทะเล และมีการคัดค้านกันมาก โดยเฉพาะจาก Greenpeace ที่ออกมาบอกว่า วิธีการสำรวจความเห็นของ Elderman ทำแบบ “สกปรก” เพื่อโน้มน้าว และ “ลวง” ให้ชาวบ้านเห็นชอบกับโครงการ ที่จะทำลายสิ่งแวดล้อม แปลง่ายๆว่า เป็นการสำรวจแบบหลอกต้มชาวบ้านน่ะครับ
นอกเหนือจากการรับงานทำประชาสัมพันธ์ ปี ค.ศ.2012 Elderman ยังเปิดแผนกใหม่ เกี่ยวกับด้านการประเมินความเห็น และพฤติกรรมของสังคม…ก้าวหน้าขึ้นไปอีก …ป้ายลวง.. คงยิ่งเนียน….
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
13 มี.ค. 2559
หมายเหตุ : เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
