นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ป้ายลวง”
ก่อนที่จะขยับเข้าเรื่องไปอีกหน่อย ผมเห็นชื่อแวบๆในหลายเวบ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังเล่า เลยขอขยายภาพด้านกว้างก่อนที่จะลงลึก
บริษัท ที่ให้บริการแบบ Chertoff หรือทำตัวเป็นซีไอเอ ในคราบเอกชนของอเมริกา และปฏิบัติการอยู่ทั่วโลก เขาว่าทำกำไร ไม่ใช่รายได้นะครับ กำไรเนื้อๆเข้ากระเป๋าตุง ปีละหลายพันล้านเหรียญ บางรายได้ปีละเกือบ หมื่นล้านเหรียญ คำนวณเป็นเงินบาทกันเองแล้วกัน จากการชี้เป้าลวง ย้ายป้ายจริง ไม่รู้อันไหนเป็นอันไหน ตอนนี้มี 5 บริษัทดาวเด่น
บริษัทแรก แน่นอน คือ Chertoff ที่กำลังมาแรง แซงทุกราย เพราะดูเหมือนจะได้งานจากรัฐบาลมากที่สุด
บริษัทที่ 2 คือ ชื่อที่ผู้ในวงการธุรกิจบ้านเราคงคุ้นหูมานาน และผมว่า รายนี้ยังอาจเป็นหมายหนึ่งอยู่ คือ Booz Allen Hamilton บริษัทนี้ดังออกสื่อ และทำให้ชาวบ้านรู้ว่า รับจ๊อบแบบนี้ เมื่อตอนเจ้าหนู Edward Snowden ฉีกหน้ากากอเมริกาเรื่องการดักข้อมูลชาวบ้านแบบ prism สื่อ New York Times บอกว่า สโนเดนกำลังทำงานให้ Booz Allenอยู่ ตอนที่เขาดาวน์โหลดขัอมูลต่างๆส่งให้สื่อ
Booz Allen นั้นรับงานด้านไอทีให้กับรัฐบาลอเมริกันมานานแล้ว พนักงานเป็นพันๆคนของ Booz Allen นั้น ที่แท้ก็คือทำงานให้กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) ของอเมริกันนั่นเอง คอยเก็บข้อมูลต่างๆทางธุรกิจของชาวบ้านและอื่นๆ เอามาวิเคราะห์ และส่งต่อให้ NSC
ก็ไม่น่าแปลกใจมาก เพราะผู้บริหารของ Booz Allen ก็มาจาก NSC และ ผู้อำนวยการ NSC ก็เคยเป็นพนักงานของ Booz Allen สลับเก้าอี้นั่งกันเองไปมาตลอด
ถึงจะมีข่าวรั่วออกสื่อ แต่ทั้ง Booz Allen และรัฐบาลอเมริกันไม่เดือดร้อน ชาวบ้านโง่จะตาย ไม่มีใครสนใจหรือรู้เรื่องหรอกน่า Booz Allen ก็เลยยังทำงานให้รัฐบาลอเมริกาต่อไป แถมยังประกาศอีกด้วยว่า บริษัทได้งานกลาโหมเพิ่มขึ้นด้วยนะ
Mike McConnell รองประธานกรรมการของ Booz Allen ออกมาพูดเมื่อ Snowden ฉีกหน้ากากอเมริกาในปี ค.ศ.2013 ว่า Snowden กำลังสร้างความเสียหายยับเยินให้กับอเมริกา ในความพยายามที่จะระงับการก่อการร้าย ….มันจะทำให้เราทำงานยากขึ้น ในการจะเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกิจกรรมของเกาหลีเหนือ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในซีเรีย หรือที่จะเกิดขึ้นกับตาลีบันในอาฟกานิสถาน…..แปลง่ายๆ ภาษาลุงนิทาน คือท่านรองประธานฯ ด่า เจ้าหนูสโนเดน ว่า … มึงทำให้กูล้วงตับชาวบ้านเขายากขึ้นรู้มั้ย ไอ้เวร …. คงจะทำนองนั้นนะครับ
บริษัทที่ 3 คือ Science Application International Corporation หรือ SAIC คุ้นกันไหมครับชื่อนี้ บริษัทนี้ ถูกเรียกว่าเป็น NSC West สภาความมั่นคงสาขาตะวันตก เพราะเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงของอเมริกา พากันย้ายมาทำงานที่ SAIC นี้กันแยะ
บริษัทนี้ เน้นทางด้านการฝึกอบรมให้แก่ลูกค้า ในกรณีเกิดมีการใช้อาวุธ ชนิดที่สามารถทำร้ายผู้คนได้เป็นจำนวนมาก Weapons of Mass Destruction (WMD) และกรณีที่อาจมีการกระทบกับความเป็นอยู่ของบ้านเมืองไม่ว่าระดับใด ไปจนถึงการเตรียมตัวเพื่อที่จะอยู่รอด… เอะ… เขาเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์อะไรกันครับ
ลืมบอกไป หัวหน้าใหญ่บริษัทนี้ คือ ท่านนายพล John P Jumper ที่มาจากกองทัพอากาศ และพนักงานของบริษัทนี้ มีประมาณ 42,000 คน… ใช้คนแยะจัง…… บริษัทนี้ เกือบจะรับเหมางานทั้งหมดจาก NSC สภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา และเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลด้านข่าวกรอง ให้ NSC มากที่สุด เจอชื่อนี้ ในบ้านเราก็อ่านกันหน่อย เห็นอะไรแปร่งๆ ก็เตรียมเป้ใส่ของกันไว้บ้าง ไม่ได้บอกให้แตกตื่น แต่ควรตื่นตัวกันหน่อย
บริษัทที่ 4 ชื่อ Center for Counterintelligence and Security Studies (CCSS) เพิ่งตั้งขึ้นมาไม่กี่ปี เน้นการฝึกอบรม ให้กับบริษัทที่กลัวภัยจากมุสลิมหัวรุนแรง พนักงานของบริษัทที่เป็นผู้ให้การอบรม ก็แน่นอน มาจากเอฟบีไอ ซีไอเอและกองทัพ บริษัทอ้างว่า ให้การอบรม (ฝึก) ไปแล้ว ประมาณ 67,000 คน ค่าอบรมต่อหัว สำหรับเวลา 3 วัน ชั้นเรียนไม่เกิน 30 คน ตกหัวละเกือบ 3 แสนบาท ….ไม่รู้อบรมอะไรกันมั่ง
บริษัทที่ 5 ชื่อ Security Solution International (SSI) เป็นอีกบริษัท ที่เน้นเรื่องการรับมือกับพวกผู้ก่อการร้ายมุสลิม ให้แก่หน่วยของรัฐ บริษัทนี้ ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2004 โดย Henry Morgenstern ชาวยิวอิสราเอล/อเมริกัน (ยิวอีกแล้ว) ที่มีสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับหน่วยงานความมั่นคงของอิสราเอล ส่วนใหญ่ให้การฝึกอบรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะกับตำรวจ
ในการอบรมครั้งหนึ่ง SSI แสดงภาพการผู้ก่อการร้ายตัดหัวเชลย ทำให้ได้รับการวิจารณ์จากสื่อเชิงไม่เห็นด้วย แต่นายใหญ่ของ SSI บอกว่า …ศาสนาของพวกนี้โยงกับการก่อการร้ายมานานแล้วนะ…ฝีปากแบบนี้ คงมีงานเข้าแยะ….
สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
12 มี.ค. 2559
หมายเหตุ : เชิญแชร์กันตามสบาย ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า และโปรดให้เครดิตด้วย
ภาพประกอบจาก google
