นิทานเรื่องจริง เรื่องจิ๊กโก๋ปากซอย
ตอนที่ 6 จะดื่มโค๊ก หรือจะแทะเม็ดก๊วยจี๋
ตอน 6/2
จอมพล ป. เจ้าของ “มาลานำไทย ใส่หมวกแล้วชาติเจริญ นั้นน่ะ
เป็นคนที่เชื่อในลัทธิชาตินิยม ออกกฎหมายลักษณะชาตินิยมทางเศรษฐกิจไว้แยะ
เรื่องนี้ก็ต้องย้อนไป ตั้งกะสมัยปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซะหน่อย
เรา ๆ เข้าใจว่า ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองล้มเจ้าแล้ว ชาวเราได้ปกครองหรือ
เปล่าหรอก เปลี่ยนจากเจ้าก็มาเป็นพวกเขาที่ทำปฏิวัตินั่นแหละ
มันเป็นการย้ายที่ทุนกับอำนาจ ยังไง จำได้ไหม เกริ่นไว้ตั้งกะแรกนะ
ก่อนพ.ศ. 2475 อำนาจกับทุนอยู่ที่กษัตริย์
หลังพ.ศ. 2475 อำนาจกับทุนย้ายมาอยู่ที่พวกปฏิวัติหรือจริง ๆ ก็คือ พวกอำมาตย์ (ทหาร+ข้าราชการ) และพ่อค้า ไม่ได้มาอยู่ที่ชาวประชาราษฎรไทยอย่างที่คิดและเข้าใจหรอกนะ
(นิทานตอนนี้อยากให้พวกนิติราษฎร์มาอ่าน แยะ ๆ เผื่อจะชอบ version นี้บ้าง 555)
สมัยพระมหากษัตริย์ปกครอง พระองค์ท่านมิได้ทำทำการค้าขายเอง แต่ให้นายอากรเป็นผู้ดำเนินการ แล้วก็จ่ายค่าอากรให้หลวง ถึงเรียกว่านายอากรไง
นายอากรนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีน ดังนั้น การค้าส่วนใหญ่สมัยรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือพี่น้องคนจีนของเรา
พอหลัง พ.ศ. 2475 คณะราษฎร์ ก็รวบทั้งอำนาจและทุน แล้วก็ออกกฎหมายใหม่ อะไรที่นายอากรเคยทำ ก็เอามาทำเอง จึงกำเนิดรัฐวิสาหกิจ 100 กว่าแห่ง
ธนาคารอีกเกือบ 10 แห่ง
แล้วพวกคณะราษฎร์นั่นแหละ ก็เข้าไปร่วมถือหุ้นในกิจการต่าง ๆ เหล่านั้น
แล้วมันปฏิวัติ เพื่อประชาชนตรงไหน มีเวลาจะเล่ารายละเอียดว่า ตระกูลไหน ใครบ้างเข้าไปถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจอะไร ธนาคารอะไร ไม่งั้นมันจะยังรวยก็อยู่ถึงตอนนี้เหรอ ผ่านไปตั้ง 70-80 ปีแล้ว (เอ้า! พวกนิติราษฎร์ อย่าลืมเล่าตรงนี้บ้างนะ)
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจีนที่เคยค้าขายในประเทศไทย ส่งเงินไปสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพราะเห็นว่าถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลไทย
ขณะเดียวกัน พี่เบิ้มก็บี้ไทยซ้ำ ยูจะเอายังไง ไอบอกว่าทุนนิยม ยูก็จะชาตินิยม เดี๋ยวเอาเงินคืนนะ ถึงขนาดส่งนาย John Dulles รมต.ตปท. มาบีบลูกกระเดือกจอมพล คนแปลกเอง

checked!