นิทานเรื่องจริง เรื่อง “คำถามในอากาศ” (2)
เราจะชนะหรือไม่ ชนะแบบไหน และเมื่อไหร่นั้น ตัวแปรหรือปัจจัยมีทั้งภายนอกและ
ภายใน ปัจจัยภายนอก นักล่ายืนบนภูมองดูอยู่ตลอดเวลา มีสมุนทุกเครื่องแบบ ทุกสาขาอาชีพสอดแทรกเข้ามา ทั้งเฝ้าดู ร่วมแสดงและกำกับการแสดง อย่านึกว่าทุกอย่างเกิดโดยธรรมชาติ บางอย่างการจัดฉากก็มี เคยเล่าแล้วว่าขนาดขึ้นเวทีกำนันก็มีมาแล้ว (หลายคน !)
อเมริกานักล่าไม่บ้าหมอดูแบบไอ้โจรร้าย แต่จะทำอะไรต้องมีหมอดูแบบนักล่า ทำหน้าที่จับยามสามตาให้ หมอดูฝรั่งแบบนี้คือหน่วยที่เรียกว่า think tank ของอเมริกานั่นแหละ ซึ่งอเมริกามีอยู่แยะมาก แบ่งแยกเป็นโซนเป็นทวีป เป็นประเทศ เป็นหัวข้อ มันทำทุกอย่าง สำหรับด้านยุทธศาสตร์การต่างประเทศ think tank หมอดูอันดับ 1 คือ Centre for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ไอ้สำนักหมอดู CSIS นี้ คือ มันสมองของนักล่า เขาไม่ใช้วิธีพยากรณ์ แต่ใช้การวิเคราะห์แทน มันก็ครือกันน่ะ ผู้ที่ทำงานให้กับ CSIS ไม่ต้องบอกนักอ่านนิทานคงพอเดาออก ส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกของ CFR เช่น นาย Henry Kissinger (น่าเบื่อ !), นาย Zbigniew Brzezinski (น่าเบื่อ มาก !), นาย Brent Scowcroft และตัวแสบ ๆ อีกแยะ ไปเปิดอากูดูเถิดครับ
ตลอดเวลาที่บ้านเราเกิดภาวะวิกฤติครั้งนี้ สำนักหมอดู CSIS ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีรายงานเปิดเผยออกมา ขนาดอ่านชนิดเบิดก็โป๊จะแย่ แล้วที่เป็นรายงานชนิด ปิดมันจะขนาดไหน คุณนายฑูตตัวแสบ คงจะได้รางวัลเรียงความตั้งแต่เด็ก
รายงานของสำนักหมอดู CSIS แรก ๆ ก็รายงานเหมือนนกแก้ว ตามที่สำนักล็อบบี้ที่โจรร้ายแจกโพยไปทั่วว่า ประชาธิปไตยในไทยแลนด์แดนสมันน้อย กำลังถูกท้าทายจากนักประท้วงที่นำโดยนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามที่แพ้การ เลือกตั้ง ฯลฯ เขียนเหมือนกันหมดละครับ สำนัก ICG ของสิงห์โตหอน ก็เอาไปเขียนตาม ก็มันพวกเดียวกัน
แต่สำนัก CSIS ถึงจะใช้เครื่องถ่ายเอกสารเป็น แต่ก็ไม่ได้ลอกทั้งหมด เมื่อการประท้วงยืดเยื้อ ผลการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ออกมา โดยรัฐบาลของนังมารร้ายแพ้อย่างขาวสะอาด ก่อนการเลือกตั้ง Asia Foundation ทำการสำรวจอีกครั้ง รายงานส่วนที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ไปร่วมประท้วงกับกำนัน ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลาง มีงานทำแล้ว มีรายได้เฉลี่ยเดือนละหกหมื่นบาทถึง 40% และจบปริญญาตรี 54% สองเรื่องนี้ สำหรับนักล่าเป็นเรื่องใหญ่และมีความหมาย เพราะมันหมายถึงกระเป๋าเงิน นักล่าแสวงหาทุนกับอำนาจอย่าลืม
หลังจากนั้น สำนัก CSIS ให้สัมภาษณ์กับ Voice of American ซึ่งนำมารายงานอีกต่อว่า นังมารร้ายกำลังชะตาตก จะต้องคดีความ เกี่ยวกับเรื่องโครงการจำนำข้าว และถ้าแพ้ จะถูกห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปอีก 5 ปี ผู้ประท้วงไม่ได้เล็งไปที่นังมารร้ายคนเดียว แต่กะจะเอา ส.ส ทั้งพวงลงถังขยะไปด้วย เพราะดันไปซื้อข้าวแพงกว่าราคาตลาด 50% เงินที่เกี่ยวข้องประมาณ 8,000 ล้านเหรียญ มีตัวเลขบอกว่าอันดับการขี้โกงของไทยแลนด์เพิ่มจากอันดับที่ 88 ใน 177 ประเทศ เป็นอันดับที่ 102 ในปี ค.ศ. 2013 และจำนวนเงินที่โกงกัน ในประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป จะอยู่ที่ 4% ของ GDP แต่ของไทยแลนด์ โดดเด่นมากในปี 2011 อยู่ที่ 8.4%
นี่มันก็เป็นเรื่องเงิน เรื่องทุนอีก เฮ้ย เงินตั้ง 8,000 ล้านเหรียญ หาได้ง่ายที่ไหน นักการเงินแถว Wall Street โวย เอ้ะ ! แบบนี้แปลว่าอะไร ทีอยากจะเป็นใหญ่ ไอก็สนับสนุน เวลาได้เงินมาแยะ ๆ ไม่รู้แบ่งกันหรือเปล่า แค่จะแลกกับฐานทัพกับขุดน้ำมันน่ะ อันนั้นมันต้องได้อยู่แล้ว แต่แปดพันล้านเหรียญน่ะ มันแยะนะ มันจะเกินหน้าลูกพี่ไปมั้ย ! !
หลังจากนั้น รายงานสำนักหมอดูก็เริ่มซ้ำซาก กลายเป็นการแนะนำว่าในเกมการเมืองเช่นนี้ ไม่มี Zero Sum Game ไม่มีใครได้หมด หรือเสียหมดหรอก ทั้งสองฝ่าย (หมายถึงใครนะ ประชาชนหรือไง พักบัญชีไว้ก่อน !) ต้องเข้าใจ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. สำนักหมอดูเสนอว่า ทางออกที่ดีที่สุด ควรมีการประนีประนอมด้วยการเจรจา และตกลงตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง เลือกเอาจากที่ผู้คนยอมรับนับถือ แบบนายอานันท์ ปันยารชุน แล้วก็ทูลเกล้าฯ เสนอให้พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา แล้วก็ตั้งคณะรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางไม่ฝักฝ่ายใดเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ (มันเขียนอย่างนี้จริง ๆ ครับ)
เออ ! หลังจากนั้น เราก็มีข่าวเรื่องนายกฯ คนกลาง การแอบเจรจากันระหว่างคนนั้นกับคนนี้ คนนี้กับคนนั้น ออกมาเรื่อย ๆ ถ้าสังเกตตัวละครที่วันนี้ poll ของนสพ. Bangkok Post ออกมาถามก็พอจะมองกันออกว่ามันอะไรเป็นอะไร คนอ่านนิทานฉลาดจะตาย เขียนเท่านี้ก็เลิกอ่านได้ รู้หมดแล้ว
