คำไว้อาลัย
สิริมา อภิจาริน
คารวะ ท่านอาจารย์ ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร – นักสู้
ข้าพเจ้าพบท่านอาจารย์ประพันธ์ศักดิ์ ครั้งแรกที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ปี พศ 2510 ซึ่งข้าพเจ้าเป็นน้องใหม่
อาจารย์ได้เข้ามาสอนวิชาเกี่ยวกับการปกครอง
จำได้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย ใบหน้ามีไรหนวดเคราบางๆ มีเสียงพูดไพเราะ หนักแน่น ช้า ชัดเจน
สิ่งสะดุดตาที่สุด คือดวงตาสดใส เป็นประกาย มุ่งมั่น ขัดกับท่าทีและน้ำเสียงช้าๆ ไม่รีบร้อน รุกรน
ข้าพเจ้าเรียนแผนกสังคม ขึ้นปีสองจึงแยกไปเรียนกับพวกสังคม
ประกอบกับไม่ใช่คอการเมือง จึงไม่ค่อยเห็นอาจารย์บ่อยนัก
มาเห็นอาจารย์เต็มๆตา อีกครั้ง เมื่อปีไหนจำไม่ได้ มองออกมาจากหน้าต่างห้องเรียน เห็นอาจารย์เดินมา หยุดยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องเรียนของข้าพเจ้า
สวมกางเกงขายาว เสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงินเข้ม และสวมรองเท้าแตะ
มีเสียงบอกกันว่าอาจารย์ไปเล่นการเมือง
แม้ข้าพเจ้าไม่ใช่คอการเมือง แต่ได้ยินข่าวคราวของอาจารย์อยู่เนืองๆว่า เป็นนักสู้ เป็นนักประชาธิปไตยตัวจริง
เมื่อเรียนจบ ปริญญาเอก
ข้าพเจ้าขอโอนจากสภาวิจัยแหางชาติ ไปทำงานที่มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี ไม่ค่อยได้รับรู้ข่าวคราวจากกรุงเทพฯ แต่ยังตามเรื่องราวทางการเมืองจากรายการ -เมืองไทยรายวัน- จัดโดยคุณสนธิ ลิ้มทองกุล
ข้าพเจ้าได้พบท่านอาจารย์ประพันธ์ศักดิ์ ตัวจริงเสัยงจริง เพียงครั้งเดียว
คือที่การประท้วงยาวนานของกลุ่มพันธมิตรซึ่งปักหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล
อาจารย์สวมชุดดำทั้งชุด นั่งอยู่บนรถเข็น
ดีใจมากที่ได้พบอาจารย์ เข้าไปกราบและเรียนท่านว่าจบรัฐศาสตร์รุ่น20
อาจารย์มีสีหน้าแช่มชื่น ดูดีใจมากที่ได้พบศิษย์เก่า
ข้าพเจ้าเองก็ดีใจ เพราะแม้กาลเวลาจะ ผ่านไปนานเท่าใด
อาจารย์ของข้าพเจ้ายังคงมีดวงตาสดใส เป็นประกาย
อย่างนักสู้ตลอดชีวิต
อย่างนักประชาธิปไตยตัวจริง ตลอดชีวิต
มีจุดยืนและอุดมการณ์เข้มแข็ง เข้มข้น ชัดเจน ไม่เคยจาง กระทั่งวันสุดท้ายของขีวิตที่เปี่ยมล้นด้วยศักดิ์ศรีและคุณค่า
กราบอาจารย์ด้วยความรัก เคารพยิ่ง
สิริมา อภิจาริน
ดร.วรรณา แผนมุนิน
สิริมา อภิจาริน
รสนา โตสิตระกูล
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวพี่ประพันธ์ศักดิ์ ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และมีคุณค่าต่อสังคมไทย
รสนา โตสิตระกูล
จรูญ อังศวานนท์
ผมตื่นเต้น กับนักการเมือง ประพันศักดิ์ กมลเพ็ชร เป็นอย่างมาก แตกต่างไปจากนักการเมืองดี ๆทั่วไปในตอนนั้น มั่น คง ตั้งใจ ที่จะทำงานให้กับประชาชน คนไทยอย่างแท้จริง และจริงใจ เสียดายที่ท่านไปไม่ถึงฝัน และในส่วนตัวผมก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง
นาย จรูญ อังศวานนท์(ผู้อาลัย)
จรูญ อังศวานนท์
ทิวา สาระจูฑะ บรรณาธิการ นิตยสารสีสัน แมกกาซีน
ชื่อของ คุณประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ผ่านตาผมครั้งแรก (และครั้งต่อๆมา) จากการเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์อะไรสักเล่ม จำไม่ได้ ถ้าไม่เป็น สยามรัฐ ก็คงเป็น ประชาธิปไตย จากนั้นได้ยินชื่อมากขึ้นจากการเป็นผู้ก่อตั้ง ขบวนการรัฐบุรุษ และในฐานะนักปราศรัย ที่จำได้เพราะชื่อขบวนการสะดุดหู
แต่ที่ทำให้ผมสนใจมากคือการเป็น 1 ใน 13 นักเคลื่อนไหวที่ถูกจับกุม จนกลายเป็นชนวนสำคัญชนวนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และเป็นผู้ถูกจับที่ไม่ใช่นักศึกษา มารู้ตอนนั้นว่า เขาเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย
หลังจากนั้นก็มีข่าวอยู่เรื่อยๆในฐานะนักการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้ไม่เคยได้รับการเลือกตั้ง แต่ก็ถือเป็นคนดังคนหนึ่งในแวดวงการเมืองไทย และมีแนวคิดประชาธิปไตยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องการมีส่วนร่วมทางตรงของภาคประชาชน
ต่อมา ผมได้รู้จักกับลูกสาวของเขา ช่วงที่พบกันบ่อยๆ ผมก็มักถามว่า “พ่อเป็นยังไงบ้าง?” หรือ “พ่อทำอะไรอยู่ตอนนี้?” ไม่ได้หมายความว่าผมรู้จักกับ คุณประพันธ์ศักดิ์ ผมไม่เคยแม้แต่พูดคุยด้วย เคยแต่เห็นบนเวทีปราศรัยที่สนามหลวงในบางวาระ ที่ติดตามเพราะสนใจความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าในทางการเมืองของตนเอง ไม่เข้าไปร่วมกับพรรคใหญ่ทุนเยอะ ซึ่งเชื่อว่าโดยชื่อเสียงและสถานะครูบาอาจารย์เก่า คงมีหลายพรรคมาเชิญชวนอยู่บ้าง
ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นภาพ คุณประพันธ์ศักดิ์ ในข่าวก็คือ การออกมาร่วมกับประชาชนขับไล่ (อดีต พ.ต.ท.) ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ จากนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวอีก มาทราบภายหลังว่าสภาพร่างกายไม่สู้ดี และทราบอีกครั้งตอนเสียชีวิต
ผมไม่รู้ฝันของ คุณประพันธ์ศักดิ์ ใหญ่โตแค่ไหน จะเป็น “ฝันอันเหลือเชื่อ” หรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ยังประทับใจผม หรืออาจจะประทับใจคนอีกหลายๆคนที่จดจำได้ คือการเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่กล้าหาญ ไม่ท้อถอย และแน่นอน – ไม่ใช่นักแสวงหาผลประโยชน์จากประชาธิปไตย
ทิวา สาระจูฑะ
Prapat Naun-in
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
Prapat Naun-in
มหาหิงค์ ไพรสิน
ในฐานะที่เคยเดินตามท่านเมื่อครั้งสมัคร สส.ร้อยเอ็ด สู้กับมหาเศรษฐี ที่ขอแคร่ไม้ไผ่ชาวบ้านเป็นเวทีพูดแล้วให้ค่าเวที 20 บาท แต่อาจารย์มีชาวบ้านปูเสื่อพร้อมขันน้ำกระติ๊บข้าวเหนียวและแจ่วบอง ไว้ต้อนรับ ขอคารวะดวงวิญญาณอย่างยิ่ง
มหาหิงค์ ไพรสิน
ทองย้อย แสงสินชัย
นาม “ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร” สร้างสีสันให้วงการเมืองไทยสมัยโน้นอย่างไรบ้าง คนหนุ่มสมัยผมยังคงระลึกได้เสมอ – ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยครับท่านดอกเตอร์
ทองย้อย แสงสินชัย
วีระ สมความคิด
นอกจากผมจะเป็นรุ่นน้องสวนกุหลาบ และมีแนวคิดทางการเมืองคล้ายกันหลายเรื่อง พี่ประพันธ์ศักดิ์จึงให้ความสนิทสนมและให้ความเอ็นดูน้องคนนี้มาตลอด โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับเผด็จการทหาร รสช.ในปี 2535 เรื่อยมาจนถึงเผด็จการทหาร คมช. ในปี 2549 ผมได้รับความรู้ได้รับคำแนะนำทางการเมืองอย่างมากมายจากพี่ประพันธ์ศักดิ์ สังคมไทยต้องสูญเสียนักประชาธิปไตย และเป็นนักต่อสู้ทางการเมืองที่มีอุดมการณ์มั่นคงคนหนึ่ง เสียดายนักต่อสู้ทางการเมืองคนสำคัญคนนี้ พี่ประพันธ์เป็นนักคิดนักปรัชญาทางการเมืองที่มีความรู้ความสามารถจริงๆคนหนึ่งของเมืองไทย ด้วยความเคารพและอาลัยรักอย่างยิ่ง
วีระ สมความคิด
17 ม.ค. 2563
วีระ สมความคิด
วิชิต แย้มบุญเรือง
ขอแสดงความเสียใจและขอร่วมไว้อาลัยกับพี่ประพันธ์ศักดิ์ด้วยครับ
วิชิต แย้มบุญเรือง
วิชิต แย้มบุญเรือง
วิชิต แย้มบุญเรือง
ทรงพล ฆารไสว
ผมร่วมงานกันมายาวนานทั้งทางการเมืองและส่วนตัว
ขอให้ดวงวิญญาณจงสถิต ณ สรวงสวรรค์นิรันดร์กาล
ทรงพล ฆารไสว
สุธี ดโนทัย
อาลัย อจ.ประพันธ์ศักดิ์ และรุ่นพี่สิงห์ดำ ๙ ซึ่ง”ใจเพชร ” สมนามสกุล อจ.เป็นผู้ประสาทวิชาการปกครองต่างประเทศ(เยอรมนี)ร่วมกับ ดร.ลิเดีย ณ ระนอง โดยออกข้อสอบสั้นๆ เพียงข้อเดียวให้อธิบายสาเหตุที่ทำให้ระบบนาซีเยอรมันเสื่อม เคยไปเยี่ยมบ้านอาจารย์ที่อีสาน คลับคล้ายคลับคลาว่าบิดาของอาจารย์เป็นอดีตปลัดจังหวัด ขอคุณงามความดีของอาจารย์นำส่งอาจารย์สู่สุคติสัมปรายภพเทอญ
สุธี ดโนทัย
เย็นฤดี วงศ์พุฒ
พี่ประพันศักดิ์ เป็นนักประชาธิปไตย ทั้งรูปแบบและเนื้อหา หวังว่าสักวันไทยจะมีพลเมืองผู้สร้างสรรค์ ปลูกฝังประชาชนรุ่นหลังให้มีพลังเรียนรู้และอดทนสร้างหัวใจประชาธิปไตยในรูปแบบพร้อมเนื้อจนพัฒนาสังคมที่ไม่สิ้นหวังจนสังคมไทยมีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาประชาธิปไตย
เย็นฤดี วงศ์พุฒ
Prathan Inseeyong
ขอแสดงความเสียใจ ในการจากไปของคุณพ่อประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ท่านวาดหวัง “ประชาธิปไตยที่ดีงาม” คำจำกัดความที่ได้ฟังจากท่าน #14ตุลา #คนเดือนตุลา #พรรครัฐบุรุษ
Prathan Inseeyong
ชมพูนุท โมราชาติ
ชมพูนุท โมราชาติ
สมพร มูสิกะ
สมพร มูสิกะ
เดช อัสดง
เดช อัสดง
ประเดิม ดำรงเจริญ
ประเดิม ดำรงเจริญ
สมัชชา หนึ่ง คลองพระอุดม วิเชียร
สมัชชา หนึ่ง คลองพระอุดม วิเชียร
สาธิต บวรสันติสุทธิ์
สาธิต บวรสันติสุทธิ์
เถกิง สมทรัพย์
พ่อผม (มังกร สมทรัพย์) ไปยืนฟังคุณประพันธ์ศักดิ์มาปราศรัยแถวๆใจกลางเมืองสุวรรณภูมิ จ ร้อยเอ็ดเมื่อหลัง14 ตุลาฯ (วันนั้นผมยืนอยู่ด้วย) ได้แรงบันดาลใจลงสมัคร สจ. และเป็น สจ. หลายสมัย จนเมื่อมีกฎหมายต่างด้าวจึงหมดสิทธิ์เล่นการเมือง แต่ยังทำงานการเมืองต่อเนื่องอีกหลายสิบปี ส่งต่อให้ลูกชายเป็น สส. มาถึงปัจจุบัน
เถกิง สมทรัพย์
Daowdin
คุณประพันธ์ศักดิ์เป็นผู้หนึ่งที่ไม่ทอดธุระต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองและเป็นผู้หนึ่งที่กล้ายืนหยัด ยืนยันสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน แม้ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อภัย อันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้ต่อตัวเอง. การแสดงออกของคุณประพันธ์ศักดิ์จึงเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องสำหรับสำหรับผู้ที่รักในสิทธิ เสรีภาพและการมีส่วนร่วมในทางการเมืองเป็นแบบอย่างสำหรับอนุชนรุ่นหลังที่จะได้สืบสานภารกิจนั้นสืบไป
พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงคุณของการให้ไว้นานาประการ การเสียสละของคุณประพันธ์ศักดิ์จัดได้ว่าเป็นการให้การเสียสละประโยชน์สุขส่วนตนเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดีของคนในสังคมที่ควรแก่การอนุโมทนา ด้วยอานิสงส์แห่งความกล้าเสียสละดังกล่าวพึงเป็นพละปัจจัยให้คุณประพันธ์ศักดิ์ได้บังเกิดในภพภูมิที่ดี เพื่อสืบสานการยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมจวบจนถึงที่สุดแห่งทุกข์และดับสิ้นสูญตามหลักฐานที่ผู้บำเพ็ญตนในพระพุทธศาสนาประพฤติบำเพ็ญกันสืบมาเถิดเทอญ
Daowdin
Kosit Lorsirirat
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปของผู้ทำคุณจุดประทีป ปชต.ให้สังคมไทย ครับ
Kosit Lorsirirat
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
สังคมไทยสูญเสียนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ผมมีความอาลัยต่อการจากไปของพี่ประพันธ์ศักดิ์
เจิมศักดิ์ปิ่นทอง
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
พิมอนงค์ ริมสินธุ
เมื่อวันศุกร์ ตัน ปฏิวัติ เพื่อนรักวิศวะชาวสวนฯ แจ้งข่าวคุณพ่อถึงแก่กรรม
ตันขึ้นต้นโพสต์ว่า “ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองมามาก เหนื่อยมานานแล้ว…”
และปิดท้ายด้วยแฮชแทก #ประพันธ์ศักดิ์กมลเพ็ชร #คนเดือนตุลา
รู้สึกตกใจ ใจหาย และอาลัย
ก่อนที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทกับลูกชายของท่านได้ยินชื่อของท่านมาตั้งแต่อยู่ ป.๖
ในเหตุการณ์สิบสี่ตุลา ตอนที่รู้จักตันเมืออยู่ปลายๆปีหนึ่ง เพื่อนๆกระซิบกระซาบให้รู้ว่า
ตันคนนี้น่ะ เป็นลูกของประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชรนะ บอกต่อกันอย่างเป็นเรื่องสำคัญเป็นคนสำคัญ
คนรุ่นฉันรู้จักชื่อนี้ดี เขาคือชายผู้ไม่หวั่นเกรงอำนาจอันไม่ชอบธรรมใดๆ
ในเวลาที่ผ่านมาเมื่อเรายังเด็กและไม่เข้าใจความลึกลับของสถานการณ์บ้านเมือง
“ตันชื่อปฏิวัติ น้องชายของตันชื่ออธิปัตย์” เสียงเล่าถึงตันมีต่อๆ มาอีก
พวกเราไม่แปลกใจที่ลูกๆของ “ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร”
จะมีชื่อเช่นนี้ ถ้าคิดแบบฉันที่ว่าชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้คือชื่อที่ประเสริฐที่สุด
ชื่อของตันและน้องชายไม่เพียงเป็นมงคลแก่ตัว
แต่นั่นยังประกาศให้รู้ถึงอุดมการณ์อันมั่นคงของบิดาของเขาด้วย
ฉันไม่เคยเจอ “ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร” เลย แม้เมื่อวันที่ตันรับปริญญา
ได้ถ่ายรูปกับตัน และร่าเริงอยู่ในหมู่บัณฑิตและวัยรุ่งพุ่งข้างหน้าจนลืมที่จะเมียงมองว่าคนไหนคือ
“ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร” หนึ่งในฮีโร่เมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้ว
ได้พบและกราบสวัสดีคุณพ่อตันครั้งแรกเมื่อไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมานี้เอง
ในงานศพของคุณแม่ของตัน วันนั้นคุณพ่อของตันนั่งรถเข็นมาร่วมงาน —
และแน่นอน ฉันมีความรู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ได้เจอ “ฮีโร่”
ปลาบปลื้มอยู่ในใจจนเกือบจะตัวชาเมื่อได้เห็นท่าน …
นี่คือบุคคลที่ฉันรู้จักแต่ชื่อมาตั้งแต่อายุสิบเอ็ด ตอนนี้(คือตอนนั้น)ห้าสิบแล้ว
เพิ่งจะได้เจอตัวจริง แม้ท่านจะชราและไม่สามารถเดินเหินได้
แต่ก็ยังเท่ มีเอกลักษณ์ เป็นตัวของตัวเอง
—
บัดนี้ท่านลาโลกลับแล้ว
#คนเดือนตุลา คนธรรมดาที่พลิกบ้านพลิกเมืองในเวลานั้น
ตอนนี้ที่อยากจับเช่านั่งคุยกับตันเพื่อนรักวิศวะชาวสวนฯคนนี้ที่สุดคือ …
ตอนที่ “ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร” ถูกจับนั้น เขา…ในวัยสิบขวบ มีความนึกคิดอย่างไร
—
กราบอาลัยคุณพ่อของ ดร ปฏิวัติ กมลเพ็ชร ค่ะ
๐๐๐
พิมอนงค์ ริมสินธุ
สุรพล ศรีบุญทรง
ชัยวุฒิ บุญวิวัฒนาการ
วสันต์ สิทธิเขตต์
อนุสรณ์ ธรรมใจ
ประสาร มฤคพิทักษ์
วิทยา วชิระอังกูร
ธีรยุทธ บุญมี
ได้ร่วมงานกับพี่ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชรในช่วงก่อน 14 ตุลาคม 2516
พี่ประพันธ์ศักดิ์
เป็นแบบอย่างของนักการเมืองอุดมคติ
เป็นแบบอย่างของผู้ยึดมั่นในหลักการและคุณธรรมในการต่อสู้
เป็นแบบอย่างของความทุ่มเท ความถี่ถ้วนรอบคอบในการทำงาน
ผมถือพี่ประพันศักดิ์เป็นครูคนหนึ่งในชีวิตการเมืองของผม
ธีรยุทธ บุญมี
14 ม.ค. 2563

ธีรยุทธ บุญมี
อภิชาติ ดำดี

อภิชาติ ดำดี
พมร นวรัตนากร <เอกสารเดิม>

ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (2498) ระดับอุดมศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2502) หลังจากจบการศึกษาได้สอบบรรจุเข้าทำงานในกรมมหาดไทย และสอบชิงทุนไปศึกษาดูงานในหลักสูตรพัฒนาชุมชนในมหาวิทยาลัยที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเวลา 9 เดือน จบแล้วได้กลับมาทำงานในกรมพัฒนาชุมชนที่เริ่มก่อตั้งขึ้นใหม่ในขณะนั้นในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแผนงานและบริหารงานฝึกอบรม พร้อมรับผิดชอบงานวางแผนการพัฒนาภาคอีสานด้วย หลังจากนั้นได้ลาออกจากงานพร้อมกับพัฒนากรอีกสามสิบกว่าคนเพื่อประท้วงอธิบดีเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม https://th.wikipedia.org/…/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B…
สังคมไทยมีความพิเศษมีอัจฉริยะในตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทย สามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้ ซึ่งสามารถเป็นประเทศประชาธิปไตยเป็นตัวอย่างของโลกได้แน่นอน แต่ว่าเราต้องดูแลทิศทางให้ดี ให้เดินทางไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม ให้มีลักษณะที่เดินขึ้นสู่ที่สูง เดินไปหาอุดมการณ์
“ระบบทุนนิยมในโลกปัจจุบันนี้ เมืองไทยไม่เป็นรองใคร เป็นประเทศโคตรทุน แต่ว่าเวลามันพลิกกลับจะเป็นระบบทุนที่มีคุณธรรมสูงกว่า เรามีพื้นฐานทางพุทธศาสนา แล้วก็เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีรากลึกมาก ความเป็นชาติก็ลึกในแง่ความเป็นชาติที่เก่าแก่ชาติหนึ่ง มีรากฐานอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมีอายุยาวนาน”
“ในแนวความคิดของผมเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก เป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตยสูงสุด ทำให้เกิดความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรมได้ ‘สภาราษฎร’ คือสถาบันอันเป็นรากแก้วของประชาธิปไตย ต้องมีขึ้นทุกหมู่บ้านและชุมชน ทุกคนเป็นสมาชิกสภาราษฎรได้ในแต่ละหมู่บ้านชุมชน ไม่ว่า เด็กทารกจนถึงผู้สูงอายุล้วนเป็นสมาชิกสภาราษฎรเสมอกัน มีเสรีภาพและเสมอภาคบริบูรณ์ ความยุติธรรมและเสถียรภาพก็เกิด ระบบนี้เป็นประชาธิปไตยบริสุทธิ์ เป็นสถาบันประชาธิปไตยระดับรากแก้ว” https://mgronline.com/live/detail/9490000034991
ในแวดวงวิชาการ อาจารย์ประพันธ์ศักดิ์ เป็นเพชรเม็ดงาม มีความรู้จริง รู้แจ้ง มิใช่นักแสดงทางการเมืองสร้างเรื่องหาคะแนนนิยม
สังคมไทย โดยเฉพาะสถาบันที่มีส่วนในกระบวนการกลั่น “ประพันธ์ศักดิ์” ควรถือเป็นความภูมิใจของสำนัก ของสถาบัน
อีกกี่ปี กี่เดือน กี่วัน จะมีศิษย์ของสถาบัน เป็นชนชั้น “ใจเพชร”
ข้าพเจ้าขอกราบคารวะดวงวิญญาณ อาจารย์ประพันธ์ศักดิ์ ผู้ยิ่งใหญ่
รัฐบุรุษประชาธิปไตย อำลาสังคมไทยไปแต่กาย
ข้าพเจ้าอยากเห็นบัณฑิตทั้งหลาย ขยายผลงานและความคิดของ “อัครบัณฑิต” ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร
นายมอน ราษฎรหนุ่ม
๑๓ มกรา ๖๓
๑๒.๔๗ น.
พมร นวรัตนากร
บุญส่ง ชเลธร
“ ๑๓ กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ “
ผมเห็นพี่ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ครั้งแรกโดยยังไม่ได้รู้จักกัน คือ ที่ท้องสนามหลวง
ในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกรุงเทพฯ น่าจะปี 13-14 ประทับใจพี่ตั้งแต่วันนั้น
วันที่ 6 ตุลา 16 ได้ไปแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จากท้องสนามหลวง มาจบเที่ยงที่บริเวณบางลำพู
พักกินก๊วยเตี๋ยวด้วยกัน ก่อนจะมาต่อแล้วถูกจับกุมเป็นกบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่ประตูน้ำ
หลังผมออกจากป่าแล้วไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ผมห่างเหินไปจากการเมืองไทย ไม่ได้ข่าวพี่นัก
แต่ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านแล้วแวะไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะในโอกาสใด ๆ ที่ไหน
ผมกลับเจอพี่ทุกครั้ง แม้กระทั่งปีหลัง ๆ ที่พี่สุขภาพไม่ดี นั่งรถเข็นแล้ว ผมก็ยังเจอ และ
พี่จะให้ใบปลิวที่เขียนถึงสถานการณ์การเมือง และทางออกใส่มือให้ผมทุกครั้งไป
ถ้ามีใครถามผมถึงนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงในสังคมไทย ชื่อแรก ๆ ที่จะผุดขึ้นมาในใจผมทันที
และยินดีเอ่ยออกไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้เสี้ยววินาที คือ ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร
พี่ไปสู่สุขคติแล้ว
เหลือไว้แต่ความทรงจำว่าครั้งหนึ่งสังคมไทยโชคดีที่เคยได้คนดีอย่างพี่มากว่า 80 ปี
บุญส่ง ชเลธร
ปรีดี บุญซื่อ
“ ๑๓ กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ “
ชีวิตที่มีคุณค่ากับสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ
พี่ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพชร เป็นหนึ่งใน 13 กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
จนนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แม้จะทำงานร่วมกันในช่วงสั้นๆ
ก่อนและหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 แต่พี่ประพันธ์ศักดิ์ ก็สร้างความประทับใจ
เพราะความเป็นคนที่ทำงานเพื่อส่วนรวม โดยยึดถือหลักการที่ถูกต้อง
มหาตมะ คานธี คือต้นแบบของผู้นำที่ยึดถือว่านิยมที่ถูกต้อง
พี่ประพันธ์ศักดิ์ก็มีลักษณะที่โดดเด่นแบบเดียวกันนี้
การได้เคยทำงานกับคนที่ทำงานเพื่อส่วนรวม ที่มีลักษณะแบบนี้
ทำให้เรารู้ว่า ได้พบสิ่งที่มีคุณค่าอย่างหนึ่งในชีวิต เบอร์แทรนด์ รัสเซลล์
เคยเปรียบเทียบการมีชีวิตที่มีคุณค่าของคนเรา ว่าเหมือนกับการไหลของสายน้ำเริ่มจากสายน้ำเล็กๆ
จนในที่สุดก็ไหลไปบรรจบรวมกับทะเล
ชีวิตที่มีคุณค่าของพี่ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพชร
คือสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ แต่ได้ไหลไปบรรจบร่วมกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ปรีดี บุญซื่อ
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
• ๑๑๐๑๒๕๖๓ ถ้อยคำรำลึก ถึง พี่ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ด้วยหัวใจที่ชิดใกล้ด้วยอุดมคติร่วมกัน
พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ที่เคารพ
พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ที่เคารพ
พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ที่เคารพ
การที่ผม ต้อง กล่าวสวัสดี พ่อแม่พี่น้อง ที่เคารพ ถึง ๓ ครั้ง ๓ หน
ก็เพื่อ กระตุ้นเตือนจิต ให้เข้าไปถึงใจ ให้เข้าใจถึง ปัญหาของบ้านเมืองไทยในขณะนี้
เป็นเรื่องที่ ประชาชนชาวไทย จักต้องออกมาร่วมใจกัน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของบ้านเมือง
เป็นการปราศรัย ( ไฮด์ปาร์ค Hyde Park ) ที่จับจิตใจ ครั้งแรกๆ ที่ไม่มีวันลืมเลือน
ปราศรัย ที่ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปี ๒๕๑๑ โดย อาจารย์ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพชร ฯลฯ
อดีตนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่ก้าวหน้า คิดและทำเพื่อบ้านเมืองมาตลอด
และหลังจากนั้น ก็ได้ติดตามข่าวสารของ พี่เขา มาตลอด ………
• จนได้มาอยู่ด้วยกัน ในสถานที่คับแคบ แต่ใจเบิกบาน สู้ไม่ถอย
ในห้องขัง โรงเรียนพลตำรวจบางเขน รวมกัน ในข้อหา “ กบฏในราชอาณาจักรฯลฯ “
หลังจาก ร่วมกันตั้งกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ลงชื่อ ๑๐๐ คน และเดินรณรงค์แจกใบปลิวฯ
และถูกจับ ที่ประตูน้ำ ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
• เป็นพี่ประพันธ์ศักดิ์ ที่จิตใจ สู้จริง เอาจริง ไม่เคยหยุด แม้จะถูกจองจำในคุกตาราง ฯ
ที่นำเสนอให้ ” พวกเราทั้ง ๑๓ คน ร่วมต่อสู้กับนักศึกษาประชาชน ภายนอกฯ ที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวฯ
โดยการอดอาหารประท้วง รัฐบาลมิชอบฯ
เป็นครั้งแรกของชีวิต ที่ “อดอาหาร” ที่ยาวนาน เกือบสองวัน
ผ่านไปวันแรก เริ่มมีปฏิกิริยาฯ ท้องว่าง รู้สึกได้ ถึงลมเข้าออกผ่านกายใจ รู้สึกเพลียมาก
จึง “นอนพัก ” กินแต่น้ำเปล่า เป็นระยะๆ จากนั้น รู้สึกถึงความว่าง รู้สึกสัมผัสกับ ลมหายใจเข้าออก
ใจรู้สึกดี ไม่วิตก ไม่ท้อแท้ มีความสงบกายใจ ทั้งๆที่ ไม่มีอาหาร ตกลงท้องเลยเป็นอะไรที่ดีมาก จริงๆ
และหลังจากนั้น ก็ได้ ” อดอาหาร “ ครั้งที่สองให้กับ ” คุณแม่ บุญจันทร์ สุรวิชัย “ ที่จากไปสู่สุคติ ที่นอนในอ้อมกอดของลูก
มีเรื่องที่ไม่สนุกนัก ในเรื่องการอดอาหารครั้งปฐมนี้ เพราะ มาทราบหลังจากนั้น มีบางคน อดไม่ครบ เลิกก่อน
แต่บางคน บอกว่า “ ผมอดข้าว แต่กิน ก๋วยเตี๋ยว ฯ “ เพราะ “เขาบอกว่า ให้อดข้าว ฯ
• วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่มี “ คนไม่รู้จักฯมาประกันตัวพวกเรา ฯ
ทางเจ้าหน้าที่ฯ จึงให้ พวกเรามารวมตัวกันได้ ฯ
พี่ประพันธ์ศักดิ์ บอกว่า “ พี่เห็น ภาพของสีแดง (เลือด ) เต็มท้องถนน ฯ
ผู้ใหญ่ ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง รู้สึกเสี้ยว คิดถึง “ ๔ รัฐมนตรี ถูกปล่อยแล้วถูกยิ่งทิ้ง “
และในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ หลังจาก “หน่วยคอมมาโด “ มาบังคับ ให้ “ พวกเราออก
พวกเรา จึงเดินออกมา และ ถูกนักข่าวฯ ขอถ่ายภาพ
“ รูปประวัติศาสตร์ ๑๓ กบฏ เดินคล้องคอกัน “ จึงปรากฏขึ้น ฯ
เรามาตั้งเต้นท์ ที่หน้า เรือนจำ โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ฯ
ช่วงหัวค่ำ “ พี่ประพันธ์ศักดิ์ เดินข้ามถนน พหลโยธิน ฯ “ แล้วเดินจากไป ฯ
………..
• จากวันนั้น กาลเวลา และเหตุการณ์ต่างๆของทุกภาคส่วน ก็เคลื่อนไปตามสภาพเงื่อนไขของตน
พี่ประพันธ์ศักดิ์ เริ่มไม่สบาย ฯ ต้องนั่งรถเข็นฯ ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง
ทุกครั้ง ทั้งก่อนหน้า และหลัง “ ผม จะเข้าไปคาราวะ พี่เขา และทักทายกันเสมอ “
เป็นพี่ประพันธ์ศักดิ์ ที่ชื่นชม และให้กำลังใจ และแสดงความเชื่อมั่น “น้องชายคนนี้ “ เสมอ
“ ทำต่อไป นะ น้อง, คุณค่า ความหมายของชีวิต อยู่ที่การทำเพื่อบ้านเมือง “
โดย พี่ประพันธ์ศักดิ์ มิได้ เพียงพูด แต่มีการกระทำ เดินมาคู่เสมอ ฯ
……………………
พี่ประพันธ์ศักดิ์ เป็น โมเดล๑ สำหรับผม เสมอมา ตั้งแต่วันนั้น ที่จุฬาฯ มาถึงวันนี้
• พี่ ไปสู่สุคติ นะครับ พี่เหนื่อยมามากแล้ว
ทุ่มเททั้งชีวิต ให้กับ ” ประชาธิปไตย ” ที่ยังไม่มาถึง
หัวใจ กายใจ เงินทอง ความคิด ฯ ที่ทุ่มให้กับ ” อุดมคติประจำใจ ” ของพี่
แม้ หลายคนหลายฝ่าย ไม่มอง หรือ มองไม่เห็น
และบางคน ที่เคยมีอุดมคติ มองแบบเย้ยหยัน ว่า “ พี่เพี้ยนไป “ ทำอะไรก็ไม่รู้
แต่ สำหรับผม ที่เข้าใจ และจับหลักคิด หลักธรรม มองพี่ด้วยความรักความเคารพเสมอ
อะไร ที่ว่ายากเย็นแสนเข็ญในโลกหล้า ยังไม่เท่ากับ การไม่เข้าถึงประชาธิปไตย จะได้มา
เพราะ ขาดการสรุปบทเรียน ด้วยความรู้ ความเข้าใจ สติปัญญา ความจริง ของชีวิต
วันนี้ ตอน ๑๖๐๐ น. ผมและเพื่อนๆ จะไปรดน้ำ ” จากใจ สู่ใจ ” ให้แก่พี่ของเรา
ด้วยรักและคาราวะ
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
๑๑ มกราคม ๒๕๖๓
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย