..หลาย ๆ มีปัญหาผิวรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ไม่ว่าจะผิวแห้งแดง เป็นผื่น ลอก และคัน แม้จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวมาหลายครั้ง ลองใช้ยารักษา แต่ปัญหาเดิม ๆ ก็ยังกลับมา บางทีผิวของคุณอาจไม่ได้มีปัญหาเหรือแพ้สารใด ๆ แต่อาจเป็นเพราะ“น้ำ” และน้ำที่เป็นตัวการนี้ก็คือ “น้ำกระด้าง” นั่นเอง
“น้ำกระด้าง” มีการเจือปนของแร่ธาตุสูง และมีค่า pH เป็นด่าง
น้ำจากใต้ดินก็นับว่าเป็นน้ำกระด้าง และน้ำประปาในบางพื้นที่ก็มีค่าความเป็นด่างหรือมีความกระด้างอยู่สูงได้ด้วย
ปัญหาผิวที่เกิดจากน้ำกระด้างนี้ แร่ธาตุในน้ำทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์สำหรับผิว ที่เราใช้ ทำให้ไม่เกิดฟองหรือมีฟองน้อย และเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ไคลสบู่” ขึ้น ซึ่งไคลสบู่นี้เองที่กลายเป็นคราบเกาะอยู่ที่ผิว ทำให้รู้สึกสาก ไม่สบายตัว และสามารถเข้าอุดตันรูขุมขน ก่อให้เกิดปัญหาผิวหนัง ทั้งสิว ผิวมีอาการแพ้ แดง คัน ผิวแห้ง และลอกนอกจากนี้น้ำกระด้างยังทำให้ผิวหนังอักเสบ (eczema) ซึ่งปรากฏเป็นอาหารผื่นแดง มีตุ่มน้ำ และอาจพบว่ามีน้ำเหลืองร่วมด้วย ทั้งยังทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น แร่่ธาตุ ยังทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวเปลี่ยนรูปจากของเหลวไปเป็นสถานะที่แข็งและหนืดขึ้น กลายเป็นแว็กซ์หรือขี้ผึ้ง ซึ่งจะเข้าอุดตันรูขุมขน อันทำให้เกิดสิวหรือตุ่มแดงตามมา ถึงจะล้างหน้าและซับหน้าจนแห้งสะอาดแล้ว ก็ตาม อีกทั้งยังเป็นตัวต้นเหตุในการทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดรอยเหี่ยวย่นตามมาอีกด้วย
การหลีกเลี่ยงปัญหาผิวพรรณที่เกิดจากน้ำกระด้าง ทำได้โดยการปรับสภาพน้ำให้เป็นกลาง โดยน้ำกระด้างชั่วคราวนั้นไปต้ม จะทำให้แร่ธาตุต่างๆ แยกตัวออกจากน้ำ ตกตะกอนกลายเป็นตะกรันแล้ว ยังเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในน้ำด้วย แต่ก็เหมาะกับการบำบัดน้ำในปริมาณน้อย หรือใช้ในการบริโภคเท่านั้น แต่หากเป็นน้ำปริมาณมากที่ใช้เพื่อการอุปโภค การใช้เครื่องกรองน้ำที่มีไส้กรองเรซิ่น และการเติมสารซีโอไลต์ ซึ่งสามารถปรับสภาพน้ำกระด้างถาวรได้ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
เพื่อไม่ให้ผิวสวย ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็นผิวกายหรือผิวหน้า ต้องเผชิญกับปัญหากวนใจจากนํ้ากระด้าง ใส่ใจเรื่องคุณภาพน้ำ และลงทุนสักนิดเพื่อผิวสวยในระยะยาวของเรากันดีกว่าค่ะ


