มีเรื่องเล่ามาว่าเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตศักราช มีหญิงสาวชาวโรมันได้นำผ้าไปซักในลำธารไทเบอร์ (Tiber River) ซึ่งอยู่ในบริเวณกรุงโรม
เธอเห็นว่าผ้าที่นำมาซักนั้นสะอาดกว่าไปซักในบริเวณลำธารอื่น และในบริเวณที่ใกล้ๆ กันกับลำธารแห่งนี้มีเนินเขาแห่งหนึ่งชื่อว่า เนินเขาซาโป ซึ่งในสมัยนั้นใช้เป็นสถานที่สำหรับบูชายันต์สัตว์ ซากสัตว์เหล่านี้จะถูกนำไปเผาหลังจากมีพิธีกรรมเสร็จแล้ว ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าในบริเวณที่ซักผ้านั้นเป็นที่ซึ่งมีน้ำไหลลงมาจากเนินเขาซาโปและ จากการเผานี้เองทำให้ไขมันของสัตว์เหล่านั้นละลายออกมาและไหลไปผสมกับน้ำและขี้เถ้า และซึมผ่านชั้นดินลงมา เมื่อนำผ้าไปซักในบริเวณนั้นจะพบว่าผ้าสะอาดดีกว่านำไปซักในที่อื่น
นี่คือปฐมบทของการค้นพบปฏิกิริยาเคมีของสบู่ ซาปองนิฟิเคชั่น (Saponification) จะเห็นได้ว่าการค้นพบของชาวโรมันเกี่ยวกับสบู่มันเป็นเรื่องของปฏิกิริยาทางเคมีง่ายๆ คือ กรดทำปฏิกิริยากับด่างซึ่งจะได้เกลือก็คือสบู่ ซึ่งกรดในที่นี้ก็คือไขมันพืชหรือสัตว์กับด่างซึ่งคือขี้เถ้านั่นเอง